Archive for: พฤษภาคม, 2010

“สัณฐาน” แจงเหตุเด้งฟ้าผ่า “ผกก.วังทองหลาง” ไม่เกี่ยวเอาคนของ “ตัวเอง”

” สัณฐาน ” แจงเหตุเด้งฟ้าผ่า ” ผกก.วังทองหลาง ” ไม่เกี่ยวเอาคนของ ” ตัวเอง ” นั่งเก้าอี้พื้นที่ทำเลทอง ระบุ ความผิดหลายกระทง -บกพร่องต่อหน้าที่ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 พ.ค.53 พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวถึงคำสั่งเด้ง พ.ต.อ.สมิต เชิงสะอาด ผกก.สน.วังทองหลาง เข้ากรุต้นสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ( บก.น.4) และให้ พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.บึงกุ่ม นั่งเก้าอี้รักษาราชการแทน ผกก.สน.วังทองหลาง ว่า เนื่องจากได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.สมวุฒิ วรรณพิรุณ ผบก.น.4 เกี่ยวกับพฤติการณ์ของ พ.ต.อ.สมิต มาเป็นจำนวนมากหลายเรื่องด้วยกัน และการย้ายครั้งนี้ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์วันที่ 29 พ.ค.ที่มีการไปตรวจค้น โรงแรมเอสซีปาร์คตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ” ตอนนั้น พ.ต.อ.สมิต [...]

” ผกก.หัวหมาก” รายงานเหตุ ผบช.น. กรณี บึ้มร้านส้มยำ

” ผกก.หัวหมาก ” รายงานเหตุ ผบช.น. ” บึ้มร้านส้มยำ ” ในพื้นที่รัดผิดชอบ สาเหตุ ปมแค้นลูกสาวเจ้าของร้าน บอกเลิกคบชายหนุ่มหนุ่ม แจงคืบหน้าคดีส่งฝ่ายสืบสวน ออกติดตามตัวมาสอบปากคำ มั่นใจจับคนร้ายได้แน่นอน นครบาล-วันนี้(31 พ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.สน.หัวหมาก รายงานเหตุพิเศษที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบเป็นรายลักษณ์อักษรมายัง พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.ระบุว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 31 พ.ค. พ.ต.ท.พร จุลนิพัฒน์ พงส.(สบ 2 ) สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุระเบิด บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 80 ซอยรามคำแหง 43 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เป็นบ้านพักของนายสุพจน์ ตะเภาพงษ์ อายุ 59 ปี อาชีพขายลาบน้ำตกส้มตำ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ นายสุพจน์ให้การว่า [...]

“รอน AF5″ ถูกคนร้ายทุบกระจกรถขโมยทรัพย์สินไป สูญ 8 หมื่น

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 31 พ.ค.53 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายภัทรภณ โตอุ่น อายุ 20 ปี หรือ “รอน AF5″ นักร้องชื่อดัง ว่าถูกคนร้ายทุบกระจกรถเก๋งขโมยทรัพย์สินไป หลังขับรถไปจอดไว้ที่หน้าบ้านของเพื่อน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 60/30 หมู่บ้านเพลินวิภา ซอยรามอินทรา 40 แยก 33 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. หลังได้รับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงก็พบนายภัทรภณ ยืนอยู่ริมรั้วบ้านหลังดังกล่าว พร้อมทั้งชี้ให้ดูสภาพรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 3 สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎฐ-9516 กทม.ที่ถูกคนร้ายทุบกระจกด้านฝั่งคนขับจนหลดออกทั้งบาน ก่อนเปิดเผยว่า หลังจากเลิกงานจากย่านสยามสแควร์ เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.วานนี้ (30 พ.ค.) ตนก็ได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาจอดไว้ที่ริมรั้วบ้านของเพื่อนหลังที่เกิด เหตุ ก่อนที่จะเข้าไปคุบกับเพื่อนในบ้าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าของบ้านฝั่งตรงข้ามได้มากดกริ่งเรียก พร้อมบอกว่ารถของตนโดนทุบกระจก นายภัทรภณ กล่าวต่อว่า เมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจมาก จึงรีบออกไปดูพบว่า กระจกข้างฝั่งคนขับโดนทุบจนแตกหลุดออกมาทั้งบาน [...]

DSI ออกหมายจับก่อการร้าย รอบ 3 อีก 20 คน

อธิบดี ดีเอสไอ เตรียมขอหมายจับแกนนำแดง รุ่น 3 อีก 20 คน และจะส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาพรุ่งนี้ และส่งศาลเพื่อขออนุมัติวันพุธที่จะถึง วันนี้(31 พ.ค.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการออกหมายจับผู้ต้องหาคดีพิเศษ ความผิดฐานก่อการร้ายครั้งที่ 3 ว่า ในวันนี้ได้ลงนามอนุมัติการเห็นชอบการขอออกหมายจับกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้ายอีก 20 คน อาทิ นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายการุณ โหสกุล, นายนิสิต สินธุไพร และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด โดยวันพรุ่งนี้จะนำหนังสือดังกล่าว พร้อมเอกสารสำนวนคดีไปยื่นให้อัยการพิจาณาก่อน แล้วจึงส่งให้ศาลเป็นผู้พิจารณาการออกหมายจับ ในวันพุธที่จะถึงนี้ ” ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำงานอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา และไม่ได้รับใช้การเมืองตามที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาระบุก่อนหน้านี้ ” อธิบดี ดีเอสไอ กล่าว

“ปู่ชัย” ย้ำเปิดคลิปต้องผ่านการตรวจสอบก่อน

วันนี้(31 พ.ค.) นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิเสธ ว่าไม่ทราบกรณีที่ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ และ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการตรวจสอบคลิปวิดีโอ และหลักฐานการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เห็นว่า ใครที่ลาออกจะต้องเสียเปรียบ เพราะในส่วนของคณะกรรมการ หากเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็สามารถปฏิบัติงานได้ พร้อมกันนี้ ยังย้ำด้วยว่า จะไม่อนุญาตให้เปิดคลิปวิดีโอ ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ และพิจารณาจากคณะกรรมการโดยเด็ดขาด แต่หากมีการนำไปเปิดแถลงข่าว ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และไม่เข้าข้างฝ่ายใด ส่วนมาตรการในการรักษาความปลอดภัย ในที่ประชุมวันนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้มีการเตรียมเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัย ไว้ประตูละ 8 คน ซึ่งหากมีความวุ่นวายเกิดขึ้น ก็จะให้เจ้าหน้าที่เชิญตัวออกจากห้องประชุมทันที

“เฉลิม” ตั้งธงฟัน 3 รมว.เป็นหลัก จ่อแฉ ภท.

ร.ต.อ.เฉลิม ตั้งธง อภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 รัฐมนตรี กระทรวงหลัก ชี้ มีหลักฐานสำคัญ มัดแน่น โดยเฉพาะ โครงการต่าง ๆ จาก พรรคภูมิใจไทย วันนี้(31 พ.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีคลิปที่จะใช้ประกอบการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ตนได้คาดการณ์ไว้แล้วว่า รัฐบาล ไม่เห็นชอบให้มีการเปิดคลิปสลายการชุมนุม ทั้งนี้ ตนจะแสดงคลิปและหลักฐานที่ชัดเจนต่อสื่อมวลชน เพื่อเผยแพร่ความจริงต่อไปในภายหลัง ” ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนมีหลักฐานสำคัญในการอภิปราย 3 รัฐมนตรี ได้แก่ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะ โครงการของพรรคภูมิใจไทย ที่มีการทุจริตอย่างชัดเจน ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

“จตุพร” เตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประเด็นวางเพลิง 19 พ.ค.

“จตุพร พรหมพันธุ์” เตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประเด็นการวางเพลิงในเหตุการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา ยืนยัน พร้อมถูกคุมตัวหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น วันนี้(31 พ.ค.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ตนจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในประเด็นการวางเพลิงหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งจะชี้ให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เช่นเดียวกับ กรณีรถแก๊สที่ดินแดง เมื่อปีที่แล้ว แตกต่างจากกรณีการเผาศาลากลางจังหวัดต่างๆ ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด รวมทั้งจะมีการอภิปรายเรื่องการเสียชีวิต 6 ศพ ในวัดปทุมวนาราม โดยมีการเตรียมคลิปวีดีโอและภาพนิ่งสำรองไว้ หากไม่สามารถเปิดคลิปได้ ส่วนในวันพรุ่งนี้ตนจะอภิปราย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กรณีที่บุตรชายครอบครองพื้นที่บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีลักษณะเป็นนิติกรรมอำพราง ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต และพร้อมถูกควบคุมตัวภายหลังจากการอภิปรายเสร็จสิ้น นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องปกติที่กลุ่มเสื้อหลากสีจะรวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอนตนเอง และยื่นคำร้องเพื่อยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนก็พร้อมที่จะต่อสู้ตามกระบวนการของกฎหมาย

“ปทีป” เผยคดี”ทักษิณ” ดีเอสไอ และ อัยการ อยู้ระหว่างดำเนินการคดี ส่วนกรณี ถอดยศ รอหารือกฤษฎีกา

วันนี้(31 พ.ค.) พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีเรื่องการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย เพื่อดำเนินคดีเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า อยากที่เคยบอกไว้แล้ว เบื้องต้นเป็นหน้าที่ของอัยการจะเป็นผู้ประสานงานทั้งหมด และทางอินเตอร์โพล จะเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ขณะนี้กำลังรอการประสานแล้วแจ้งมาทางอินเตอร์โพล ผู้สื่อข่าวถามว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานมายัง สตช. เรื่องหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือยัง พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น ผู้สื่อถามต่อว่า สตช. สามารถดำเนินการได้เลยหรือไม่เพราะว่าเป็นคดีก่อการร้าย พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับทางอัยการ สามารถดำเนินการได้เลย โดยหน้าที่ต้องเป็นอย่างนั้น โดยหลักการประสานหมายจับระหว่างประเทศ ตรงนี้จะเป็นลักษณะส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ต่างประเทศ จึงต้องเป็นลักษณะส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้าส่งผู้ร้ายข้ามแดนไม่ได้จึงต้องเป็นลักษณะประสานระหว่างประเทศ โดยผ่านช่องทาง ทางการทูต ส่วน สตช. เราจะกระทำในสองช่องทางนี้ไม่ได้ แต่ในแง่ตำรวจกับตำรวจระหว่างประเทศเรามีการประสานกันอยู่ จึงอาจจะมีการประสานกันในลักษณะอย่างนี้ เพราะว่าหมายนั้นเป็นหมายจับประเทศไทย แต่ถ้าเป็นหมายจับของตำรวจสากล ต้องให้สำนักงานตำรวจสากล [...]

“ปทีป” ย้ำ ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

วันนี้(31 พ.ค.) พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวถึงสถานการณ์หลังการยกเลิกเคอร์ฟิวส์ ว่า อย่างที่ศอฉ. พูดว่าน่าจะดีขึ้น เราคาดเดาว่าน่าจะดีขึ้น ส่วน พรก. ฉุกเฉิน จะให้ต่อแค่ไหนนั้นคงอยู่ที่ประชุม ตนคงออกความเห็นไม่ได้ เวลาประเมินตำรวจประเมินไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของที่ประชุม ส่วนเรื่องการข่าวมันก็มีอยู่บ้างแต่อยู่ในระดับที่สบายใจได้ แต่รายละเอียดคงบอกไม่ได้ อย่างไรก็ตามตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังให้เกาะติดสถานการณ์ อยู่ตลอดเวลา

“รรท.ผบ.ตร.” เผยคดียึดสนามบิน ยังเดินหน้า แต่จะเป็นคดีพิเศษหรือไม่อยู่ที่ นายกฯ

วันนี้(31 พ.ค.) พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรจากเหตุการณ์ยึดสนามบิน ว่า ขอเวลาให้เขาดูหน่อย สำนวนมันเยอะ ต้องดูรายละเอียด กรณีนี้เป็นธรรมเนียมของขั้นตอนการสอบสวนว่าเมื่อมาถึงขั้นตอนในส่วนของตนก็ต้องพิจารณา ไม่ใช่หมายความว่าเมื่อหัวหน้าพนักงานสอบสวนมาแล้วจะเซ็นเลย มันต้องอ่านรายละเอียด ส่วนจะทันสมัยที่ตนเป็นรักษาการ ผบ.ตร. หรือไม่นั้น ต้องดูรายละเอียดก่อน อย่างไรก็ตามว่าทุกอย่างเดินหน้าไม่ได้หยุดอยู่กับที่ และคดีนี้จะหยุดที่ขั้นตอนของตนก็เป็นไปไม่ได้ เมื่อถามถึงกรณีเปรียบเทียบกับคดีของกลุ่ม นปช. ว่าเป็นเรื่องของ 2 มาตรฐานหรือไม่ พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า คดีของ นปช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งก็มีทั้งตำรวจ ทหาร อัยการ ข้าราชการพลเรือน เท่าที่ทราบใช้พนักงานสอบสวนเป็นร้อย และออกเป็นรูปคำสั่ง ถือว่าเป็นแพ็กเกจแต่ในคดียึดสนามบินที่ผ่านมาเป็นภาระของตำรวจและเป็นคดีเก่า ตนก็มารับภาระต่อ เรื่องนี้ตำรวจรับภาระแต่ผู้เดียว เริ่มตั้งแต่นครบาลและทำมาเรื่อยๆ ผู้สื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะชงคดีปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรเป็นคดีพิเศษบ้าง พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า การชงเป็นคดีพิเศษนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการฯที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตนคงไม่สามารถออกความเห็นได้ เป็นเรื่องของที่ประชุมคณะกรรมการ จะยกฐานะเป็นคดีพิเศษ ถ้าเผื่อคณะกรรมการชุดนี้อนุมัติก็ต้องให้ไป เป็นขั้นตอนระเบียบ แต่ตำรวจจะเสนอไม่ได้

อับเดจข่าวล่าสุด

Photo Gallery

ตำรวจนครบาล 1
เข้าสู่ระบบ | Designed by iDESIGN.in.th