ตำรวจ เผยถึงกรณีรถตู้เสยท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ดับอนาถ 8 ราย เจ็บอีก 5 หามส่ง รพ.

จากกรณีรถตู้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อที่จอดอยู่ข้างทาง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย เป็นหญิง 5 ราย ชาย 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย

วันนี้ (10 ก.พ.) ล่าสุด พ.ต.ท.ไพรัช พุกเจริญ สวญ.กก 8 บก.ทล  เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้บาดเจ็บเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถตู้คันดังกล่าว ได้รับผู้โดยสารเป็นคนไทยและชาวกัมพูชา รวม 11 คน ซึ่งมีหนังสือเดินทางที่ถูกกฎหมาย ได้เช่าเหมารถตู้ไม่ประจำทางจากจังหวัดปทุมธานี เพื่อไปตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนเกิดเหตุโชเฟอร์รถตู้ ทราบภายหลัง คือ นายณัฐพงษ์ โพธิ์ทอง อายุ 37 ปี  ซึ่งหลังเกิดเหตุได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นายณัฐพงษ์ น่าจะหลับในเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุจึงได้พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทาง  ทั้งที่จอดอยู่ค่อนข้างลึกลงไปจากไหล่ทางมาก ซึ่งทาบงเจ้าหน้าที่จะติดตามตัวนายณัฐพงษ์ คนขับมาสอบสวนต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.กก.8 บก.ทล.กล่าวว่า  ในช่วงประมาณเดือนกว่าที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุรถตู้ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ก่อนหน้านี้เป็นเหตุ รถตู้ กทม-ฉะเชิงเทรา ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บนถนนมอเตอร์เวย์จนทำให้รถไฟไหม้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย ครั้งนั้นก็มีสาเหตุมาจากคนขับหลับใน ซึ่งในครั้งนี้ก็มาจากสาเหตุเดียวกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ กก.8 บก.ทล.  จะ เร่งติดตามตัวคนขับมาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องความปลอดภัยของรถตู้ เนื่องจากยังมีประชาชนหลายคนที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการและเอาชีวิตไป เสี่ยง ในส่วนนี้คิดว่าจะเรียกผู้ประกอบการและผู้ขับขี่มาพูดคุยเพื่อหามาตรการใน การขับรถบนทางหลวง ซึ่งปกติคนขับมักขับด้วยความเร็วสูง โดยส่วนตัวมองว่าปัญหาส่วนนี้น่าจะมีการออกกฎหมายเพื่อเอาผิดผู้ประกอบการ เจ้าของวิน ในฐานที่มีการปล่อยปละละเลยเรื่องการคัดคนขับ ดูแลอบรมและการเตรียมความพร้อมก่อนวิ่งให้บริการ เพราะว่าผู้โดยสารเมื่อก้าวขึ้นรถก็ต้องฝากชีวิตไว้กับคนขับ

ด้าน พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา ผบก.ทล.  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า รถตู้คันดังกล่าวไม่ใช่รถตู้โดยสารประจำทาง แต่เป็นรถตู้ให้เช่าที่ผู้โดยสารเหมาเพื่อไปส่งยังที่ต่างๆ อีกทั้งหลังเกิดเหตุคนขับรถยังหลบหนีอีกด้วยซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวมาดำเนินดคีให้เร็วที่สุด ทั้งนี้เหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว จึงควรต้องมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุของรถตู้โดยสาร  ซึ่งตนจะเรียกประชุมกับกรมทางหลวงและคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากพฤติการณ์ของรถตู้โดยสารมักจะเร่งทำความเร็วเพื่อทำรอบในการส่งผู้โดยสารมากกว่าเดิม และมักจะชอบวิ่งเลนขวาสุด รวมทั้งใช้เก้าอี้เสริมเพื่อให้บรรทุกผู้โดยสารได้จำนวนมากเพื่อที่จะได้กำไรเยอะๆ แต่หากรถมีน้ำหนักเกินกำหนดก็จะทำให้ควบคุมรถได้ยาก  ซึ่งปัญหาเหล่านี้เราต้องจะเข้าไปดูแลควบคุมให้มากขึ้น  โดยอาจจะนำ พ.ร.บ.ทางหลวงมาบังคับใช้กฎหมาย เช่น อาจจะจำกัดความเร็วของรถตู้โดยสารให้วิ่งไม่เกิน 120 กม./ชั่วโมง ถ้าหากพบว่าใช้ความเร็วเกิดกำหนดหรือผิดข้อกฎหมายอื่นๆ ก็จะต้องมีการจับกุมดำเนินคดีต่อไป เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

Short URL: http://www.patrolnews.net/?p=76567

Posted by sirichai on ก.พ. 10 2012. Filed under อาชญากรรม. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response or trackback to this entry


Leave a Reply

อับเดจข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Photo Gallery

ตำรวจนครบาล 1
เข้าสู่ระบบ | Designed by iDESIGN.in.th