ข่าวด่วนทันเหตุการณ์ ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ข่าวไฮไลท์ ขวา วีดีโอ วีดีโอ ไฮไลท์ อาชญากรรม

กก.2 บก.ทท. รวบสองผัวเมียลักทรัพย์นักท่องเที่ยว สารภาพทำมาแล้วกว่า 10 ปี

 20-08-56 ??.2 ??.??.??????????????????????????????????? 018

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทท. จับกุมสองสามีภรรยาเจ้าของรถทัวร์ บริษัท ซูการ์ แทรเวล ก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวระหว่างการเดินทางจากกรุงเทพฯ-เกาะช้าง สารภาพทำมาแล้วกว่า 10 ปี

 

วันนี้ (20 พ.ค.) ที่ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท. แถลงข่าวการจับกุม นายสราวุธ สายปัญญา อายุ 41 ปี นางฌานิกา สายปัญญา อายุ 35 ปี 2 สามีภรรยา  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตราด ที่ จ.124/2556 และ ที่ จ. 125/2556 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์,  เอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น และใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น  พร้อมของกลาง รองเท้า 10 คู่ เสื้อผ้า 3 ชุด เงินสดสกุลต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง คิดเป็นเงินไทยกว่า 7 หมื่นบาท

 

สำหรับการจับกุมครั้งนี้เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ทท.ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายรายซึ่งเป็นนักท่องเที่ยว ว่า มีคนร้ายเป็นกลุ่มแฝงตัวปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบการ พนักงานงานขับรถและพนักงานประจำรถ ในรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทัวร์ 30 ) ได้อาศัยโอกาสที่ผู้เสียหายหรือนักท่องเที่ยว นอนหลับหรือเผลอหลับโดยไม่ทันระวังตัวในระหว่างเดินทาง ได้ก่อเหตุลักเอาทรัพย์สินต่าง ๆ ไปจากนักท่องเที่ยวหลายครั้ง จากการตรวจสอบพบว่ารถทัวร์ดังกล่าวมีชื่อเขียนที่ข้างรถว่า “สายปัญญาทัวร์” มีพฤติกรรมในการก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สินนักท่องเที่ยวมาแล้วหลายครั้ง จึงได้ทำการสืบสวนติดตามจนทราบแน่นชัดว่า เจ้าของผู้ประกอบการรถทัวร์คันดังกล่างคือ นายสราวุธฯ และนางฌานิกาฯ จึงได้ของอนุมัติหมายจับจากศาล จ.ตราด และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ คอนโดดุสิต เอเวนนิว แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ

 

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ยอมรับสารภาพว่า ตนมีรถทัวร์อยู่ 2 คัน เปิดเป็นบริษัทชื่อ ซูการ์ แทรเวล วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างกรุงเทพฯ-เกาะช้าง เมื่อรถวิ่งออกจากกรุงเทพฯ นายสราวุธฯ จะแอบลักลอบซุกตัวอยุ่ภายในห้องเก็บของมตื้องรถ ซึ่งมีการเจาะดัดแปลงไว้เป็นพิเศษ และจะทำการรื้อค้นทรัพย์สิน เมื่อรถทัวร์วิงมาถึงจุดพักรถนักท่องเที่ยวจะลงไปซื้อของหรือทำธูระส่วนตัว นายสราวุธฯ ก็จะแอบลงจากรถแล้วนำทรัพย์สินที่ได้ไปขึ้นรถโดยสารหรือรถแท็กซี่กลับกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวรู้ตัวแล้วจะแจ้งความดำเนินคดี ส่วนบัตรอิเลคทรอนิกส์ จะนำไปจับจ่ายซื้อสิ้นค้าประเภท รองเท้า เสื้อผ้า และของใช้อื่น ๆ ตามห้างสรรรพสินค้า ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ทำมาแล้วกว่า 10 ปี ส่วนมูลค่าความเสียหายในครั้งนี้ประมาณ 7 แสนบาท

 

อย่างไรก็ตามขอฝากเตือนผู้ประกอบการเวลาจัดให้นักท่องเที่ยวเดินทาง ให้ช่วยเตือนนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้าของตนเองด้วยว่า เวลาขึ้นรถอย่าได้นำเอาเงินสดหรือบัตรอิเลคทรอนิกส์ และของมีค้าต่าง ๆ ไว้ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในลักษณะเช่นนี้

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวด่วนทันเหตุการณ์, ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ข่าวไฮไลท์ ขวา, วีดีโอ, วีดีโอ ไฮไลท์, อาชญากรรม และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *