ข่าวด่วนทันเหตุการณ์ ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ข่าวไฮไลท์ ขวา อาชญากรรม

“ตม.” จับคนเผยแพร่คลิปวีดีโอข่าวเท็จ กรณี วีซ่าชาวจีน

“ตม.” จับคนเผยแพร่คลิปวีดีโอข่าวเท็จ กรณี วีซ่าชาวจีน

ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ”ตามนโยบายของรัฐบาล มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวเกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) อำนวยการโดย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์  แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.  พร้อมด้วย  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. , พล.ต.ต.กฤษกร  พลีธัญญวงศ์ รรท.รอง ผบช.สตม., พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท.ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาชยน  ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 , พ.ต.อ.นิธิธร  จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร.บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์ ศปอส.ตร.
ด้วยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2560 มีผู้ใช้งานเว๊ปไซด์ youtube.com ชื่อ johny shoot2china            ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ชื่อคลิป “เหตุผลที่ลดวีซ่านักท่องเที่ยวจีน…ฟังแล้วช๊อค” ซึ่งมีเนื้อหาว่าทางการไทยจะลดการอนุมัติวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน เนื่องจากโรงงานผลิตกระดาษทำวีซ่า ผลิตได้ไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพื่อหวังผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีน หันไปขอ visa on arrival เมื่อเดินทางมาถึงที่ประเทศไทยแทน โดยอ้างว่ากรณีดังกล่าวทำให้ทางการไทยและตำรวจ ตม.ไทย มีรายได้จากการขอ visa on arrival ของนักท่องเที่ยวชาวจีน รายละ 200-300 บาท
ต่อมาในวันที่ 11 ต.ค. 2561 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้แถลงข่าวชี้แจงว่า เป็นประเด็นเก่าที่มีการปล่อยข่าวเท็จเรื่องสติ๊กเกอร์วีซ่าหมด ข้อเท็จจริงคือ ปัญหากรณีสติ๊กเกอร์วีซ่าเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.-พ.ย. 2560 แต่ยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบกับการให้บริการผู้มายื่นขอวีซ่าและยังมีการอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่าให้กับผู้มายื่นขอตามปกติ ระหว่างนั้นสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ก็ได้ชี้แจงข้อมูลให้ผู้มายื่นขอวีซ่ารับทราบ และได้ดำเนินการตามกฎหมายร่วมกับทางการจีน โดยนำบริษัททัวร์ที่ปล่อยข่าวเท็จดังกล่าวมาลงโทษแล้ว โดยยืนยันว่าขณะนี้สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในจีนไม่ได้มีปัญหาในการออกวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มีผู้เผยแพร่วีดีโอคลิปดังกล่าว ซึ่งเป็นความผิดตาม มาตรา 14 (5) พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 จำนวน 2 ราย ดังนี้
1. นายณัฎฐาวุฒิ รวยประเสริฐ อายุ 54 ปี เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Nath Rps ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2561
2. นางณัสวรรณ  เกียรติ์วิมล อายุ 41 ปี เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Tuknapat Kaitvimol ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2561
จึงได้ดำเนินการออกหมายเรียก ผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ทั้ง 2 ราย มาพบ พงส.บก.ปอท. เพื่อแจ้ง    ข้อกล่าวหาและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวด่วนทันเหตุการณ์, ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ข่าวไฮไลท์ ขวา, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *