ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ท่องเที่ยว อาชญากรรม

ตม. รวบแก๊ง ROMANCE SCAM และเกี่ยวกับเกมส์ออนไลน์

ตม. รวบแก๊ง ROMANCE SCAM และเกี่ยวกับเกมส์ออนไลน์

วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 15.00น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. พ.ต.อ.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวน บช.สตม. แถลงจับกุมผู้ต้องหาแก๊งโรแมนซ์สแกมและเกมส์ออนไลน์ชาวจีนจำนวน 14 คน ภายในบ้านพักเลขที่ 33 ซอย 20 มิถุนา แยก 5 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พร้อมของกลางเป็นคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ 30 เครื่อง ตัวเซิฟเวอร์เชื่อมคอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง กล้องวงจรปิดที่ดูจากจีน 1 ตัว โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง ไอแพต 4 เครื่อง และเร้าเตอร์ 5 เครื่อง

พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่อวจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนละแวกดังกล่าวว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เข้ามาพักอาศัยภายในบ้านพักหลังดังกล่าวและไม่ออกจากตัวบ้าน จากนั้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยวสูง 3 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด จากการตรวจสอบบริเวณชั้น 1 เป็นโซนนั่งเล่นห้องรับแขกไม่พบว่ามีใครอยู่ จากนั้นได้ขึ้นตรวจสอบชั้นที่ 2 พบชาวจีนจำนวน 14 คน แบ่งเป็นชาย 12 คนและหญิง 2 คน กำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ซึ่งในแต่เครื่องนั้นเปิดเกมส์ออนไลน์และโปรแกรมแชท (Wechat) โดยมีการสนทนาเป็นภาษาจีนกับกลุ่มลูกค้าชาวจีนด้วยกัน จึงทำการจับกุมตัวเพื่อทำการสอบสวน

จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน ให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้ถูกว่าจ้างให้เข้ามาทำงานโดยจะได้รับค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 25,000 บาทต่อคน ส่วนการทำงานนั้นจะแชทผ่านโปรแกรมวีแชทเพื่อหลอกขายของในเกมส์ออนไลน์ให้กับเหยื่อที่เป็นชาวจีนด้วยกันเอง โดยกลุ่มของตนเข้าประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว เข้ามาทำงานเป็นผลัดที่ 2 และรับคำสั่งจากนางสาวเจวิ้น จู อายุ 23 ปี (ถูกจับด้วยในกลุ่ม) ที่เพิ่งเข้าประเทศไทยมาได้ 15 วัน เป็นคนควบคุมสั่งการและจดบันทึกการทำงานต่างๆเพื่อส่งกลับไปยังนายทุนชาวจีน ส่วนที่พักอาศัยนั้นจะมีนายทุนชาวจีนที่อยู่ต่างประเทศเป็นผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว 7 หมื่นบาทต่อเดือน ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมด

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้เนื่องจากเป็นการหลอกชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศจีน ซึ่งหลังจากนี้จะประสานทางการจีนเพื่อตรวจสอบมูลค่าความเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง รวมถึงเชิญเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวมาสอบเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทั้งหมดว่า “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และทำการเพิกถอนวีซ่าขึ้นบัญชีแบล็คลิสต์ห้ามเข้าประเทศ ก่อนคุมตัวผู้ต้องแก๊งชาวจีนพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.สตม. และประสานทางการจีนรับตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ท่องเที่ยว, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *