ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ท่องเที่ยว อาชญากรรม

ตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเข้ม จนนำมาสู่ การจับกุม ผู้ต้องหา9 ราย รวม 9 คดี โดยเครื่องไบโอแมทริกซ์

 

ตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเข้ม จนนำมาสู่ การจับกุม ผู้ต้องหา9 ราย รวม 9 คดี โดยเครื่องไบโอแมทริกซ์

พลตำรวจตรีชูฉัตร ธารีฉัตร รองผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พันตำรวจเอกเกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 และ พันตำรวจเอกเพลิน กลิ่นพยอม ผู้กำกับ กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม คดีไบโอแมทริกซ์ รวบผู้ต้องหาได้ 9 ราย ณ. ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

พลตำรวจตรีชูฉัตรกล่าวว่า ตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รองนายกรัฐมนตรีพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ ได้ให้การควบคุมดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพักอาศัย ท่องเที่ยวในประเทศไทย ภายใต้การอำนวยการ ของ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้พลตำรวจโทสมพงษ์ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงทำให้ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเข้ม จนนำมาสู่ การจับกุม ผู้ต้องหา9 ราย รวม 9 คดี โดยเครื่องไบโอแมทริกซ์

พันตำรวจเอกเกติ์ฉกาจ นิลประดับ รองผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2กล่าวว่า ในห้วงเดือนที่ผ่านมาเดือนพฤศจิกายน บก
ตม.2 รับผิดชอบ สนามบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานกรุงเทพฯและท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต อากาศยานหาดใหญ่ ที่ผ่านมามีผลการจับกุมต่างชาติรวม 47 ราย เดือนที่ผ่านมามีการจับกุม ด้วยเครื่องไบโอแมทริกซ์จำนวน 9 ราย ใช้พาสปอร์ตผู้อื่น โดยในเคสนี้ได้ใช้พาสปอร์ตจริงแต่ใช้บุคคลหน้าเหมือน ดูวิธีการแต่งหน้าตนเอง ให้เหมือนบุคคลในพาสปอร์ต ส่วนอีก 5 ราย เป็นการปลอมแปลงข้อมูลส่วนบุคคล เช่นนำภาพถ่ายหรือรายละเอียดมาแปะลงบนพาสปอร์ต

โดนรายแรก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนเวลาประมาณ 21:00 นจับกุมชาวเม็กซิโก ใช้หนังสือเดินทางผู้อื่น เพื่อขอเข้ารับ การตรวจลงตรา โดยผู้ต้องหาเดินทางมากับเพื่อนสัญชาติเดียวกันลักษณะเป็นกรุ๊ปทัวร์รวมทั้งสิ้น 11 คน โดยลักษณะ ท่องเที่ยวตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกปารีส เมืองบาร์เซโลน่า แล้วจะเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย 5 วัน ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ ฝ่ายตรวจลงตราหนังสือเดินทางมาตรวจสอบกับระบบ Bio Matrix ปรากฏว่าระบบแจ้งเตือนผู้โดยสารมีใบหน้า ตรงกับภาพในข้อมูลส่วนบุคคลเพียง 20% จนกระทั่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่กองกำกับสืบสวนปราบปรามว่าต้องการมาเที่ยวทัวร์กับเพื่อนๆ แต่ไม่มีหนังสือเดินทางต้องใช้หนังสือเดินทางของผู้อำนวยการเดินทาง จากนั้นจึงทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ จับกุม โดยแจ้งข้อกล่าวหาใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน แนะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายที่ 2 จับกุมได้เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 20:00 น โดยผู้ต้องหาเป็นชายชาวจีน ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นเพื่อเข้ารับการตรวจลงตรา โดยเดินทางมาจากประเทศโมร็อคโคกับแฟนสาวเพื่อจะท่องเที่ยวในประเทศไทย เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบระบบ Bio Matrix ปรากฏว่า ระบบแจ้งเตือนใบหน้าไม่ตรงกับภาพ หรือมีใบหน้า ตรงกับข้อมูลส่วนบุคคลเพียง 20% จนกระทั่งผู้ต้องหาสารภาพกับเจ้าหน้าที่ ว่าตอนทำงานอยู่ในประเทศโมร็อคโคโดยใช้หนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวซึ่งเป็นของญาติ จากนั้นจึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

รายที่ 3 จับกุมเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนเวลา 18:00 น ขณะที่เจ้าหน้าที่ ออกตรวจความเรียบร้อยบริเวณเคาน์เตอร์ออกบัตรโดยสาร b 10 พบว่ามีบุคคลต่าง ดาว จึงขอดูหนังสือเดินทาง พบพิรุธต้องสงสัยจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ขอตรวจสอบ โดยผู้ต้องหายอมรับว่าตนมีความประสงค์ จะเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เบอร์สายการบิน British Airways เพื่อต่อเครื่องไปยังกรุงมาดริดประเทศสเปน ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางประเทศอิสราเอลแสดงให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดู เมื่อถูกตรวจสอบพบว่า มีลักษณะแตกต่างจากหนังสือเดินทางอิสราเอลที่แท้จริง จะมาชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบ และแจ้งข้อกล่าวหา นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ดูเวลาที่ 5 รายที่ 6 จับกุมเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เป็นชายโมร็อคโค 2 รายใช้วีซ่าสวิสปลอมเพื่อเดินทางไปประเทศสเปน เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ วีซ่า เบื้องต้นพบว่ามีลักษณะแตกต่างจากวีซ่าที่แท้จริง ทำให้ชายทั้ง 2 รายรับสารภาพ เพราะมีญาติทำงานอยู่ที่ประเทศสเปน และตนเองได้ติดต่อนายหน้าชาวโมรอคโคชื่อนายนาวินเป็นผู้ดำเนินการและเสียค่าดำเนินการเงิน 4000 ยูโรเมื่อเดินทางไปลักลอบทำงานกับญาติ ต่อมาจึงถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ปลอมและใช้หรือมีไว้ซึ่งหนังสือเดินทางป หนังสือเดินทางประเทศแคนาดาปลอม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนรายที่ 7 จับกุมคนต่างด้าวลักษณะคล้ายชาวจีน ทราบภายหลังที่ชาวไต้หวัน 1 รายใช้หนังสือเดินทางต่อ เพื่อเดินทางออกไปกรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย ก่อนจะถูกชเจ้าหน้าที่จับกุม แจ้งข้อกล่าวหา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน

รอยที่ 8 จับกุมชาวจีน 1 รายใช้หนังสือเดินทางพร้อม

และรายที่ 9 ตัดผมชายไม่ทราบชื่อสกุล หนังสือเดินทางประเทศฟิลิปปินส์ปลอม เดินทางมาจากประเทศบราซิล เพื่อจะเข้ามายังประเทศไทย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจ พบ ว่ามีลักษณะ หนังสือเดินทางแตกต่างจากหนังสือ ที่แท้จริง จึงทำให้ถูกจับกุมและนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

//////////////

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ท่องเที่ยว, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *