ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด อาชญากรรม

ตร.คุมตัว 1 ใน3คนร้ายทำแผนปล้นร้านร้านจำนำเพชรย่านเพชรเกษม

ตร.คุมตัว 1 ใน3คนร้ายทำแผนปล้นร้านร้านจำนำเพชรย่านเพชรเกษม

วันนี้เมื่อเวลา11.30น. ของวันที่8พ.ค. ที่ผ่านพล.ต.อ.เฉลิมเกีรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.ธิตินันท์  เพชรบรม รอง ผบช.น.  พ.ต.อ. จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.น9  พ.ต.อ. วุฒิชัย ไทยวัฒน่ ผกก.สน.เพชรเกษม  และฝ่ายสืบสวน สน.เะชรเกษมร่วมแถลงข่าว กรณีคนร้าย3คน บุกปล้นร้านรับหลุดของจำนำ ย่านเพชรเกษม
เมื่อวันที่2พฤษภาคมซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจสน.เพชรเกษมสามารถจับกุมได้แล้ว1ราย
คือ นายนพอนันต์ ภูษิตรุ่งโรจน์ ก่อนส่งฝากขังไปแล้ว ล่าสุดเมื่อวานนี้ตำรวจสามารถจับกุมนายวุฒิชัย ล้านเหรียญทอง คนร้ายที่ก่อเหตุเพิ่มอีก1ราย ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพร้านจุดเกิดเหตุหน้าปากซอยเพชรเกษม63เริ่มจากนายวุฒิชัยเข้ามาในร้านและนำปืนวางที่ตู้โชว์สินค้า โดยมีกระเป๋าเป้สีดำวางทับไว้ จากนั้นจึงเดินอ้อมเข้าไปในเคาท์เตอร์ก่อนบังคับให้พนักงานและเจ้าของร้านหมอบลง และใช้อาวุธปืนตีเข้าศีรษะข้างด้านขวาของเจ้าของร้าน และหยิบทรัพย์สินภายในตู้ที่2 ใส่กระเป๋าก่อนจะหลบหนีขึ้นรถจักรยานต์ที่จอดไว้ห่างจากร้านกว่า100เมตร ไปแบ่งทรัพย์สินกันที่ซอยเพชรเกษม83 และแยกย้ายกันหลบหนี ซึ่งหลังนำตัวนายวุฒิชัยมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นแล้ว ตำรวจได้คุมตัวขออำนาจศาลอาญาธนบุรีฝากขังผัดแรกทันที

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากข้อมูลและพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทราบว่านายนพอนันต์เป็นคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ ได้หลบหนีไปที่บ้านญาติอำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ จึงสืบสวนและสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางบางส่วนและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ โดยนายนพอนันต์รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายวุฒิชัย และนายต้น (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ก่อเหตุดังกล่าว จนกระทั่งล่าสุดสามารถจับกุมนายวุฒิชัยพร้อมของกลางได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อย่านอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

20190508134554_MVI_9345ย

ด้านพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เบื้องต้นนายวุฒิชัยให้การรับสารภาพว่านายนพอนันต์ชักชวนให้มาร่วมก่อเหตุ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาในการให้การ แต่ตำรวจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดก่อน สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้จ่าย ทั้งนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก1ราย คือนายต้น ที่ยังหลบหนีอยู่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี คาดว่าจะได้ตัวในวันนี้ เพราะตำรวจอยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างใกล้ชิดจากการตรวจประวัตินายนพอนันต์และนายวุฒิชัยเบื้องต้นยังไม่พบว่าเคยก่อเหตุ

 

ด้านนางสาวจเรนี สุดแสง พนักงานในร้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายนพอนันต์เคยเข้าซื้อสมาร์ททีวีแต่ใช้ไม่เป็น จึงให้พนักงานในร้านสอนอยู่เป็นเวลานาน จึงทำให้จดจำเสียงและกลิ่นน้ำหอมได้
นอกจากนี้ยังเป็นลูกค้าที่เคยนำแท็บเล็ตมาขายฝากกับทางร้าน ต่อมาวันที่25เมษายนทำทีเข้ามาอ้างว่าใบฝากขายหาย และให้พนักงานค้นหาเอกสารให้ กระทั่งวันเกิดเหตุ นายนพอนันต์สวมหมวกกันน็อคเข้ามา โดยมีจุดสังเกตที่ทำให้จดจำได้คือ แววตา น้ำเสียง และกลิ่นน้ำหอม ทำให้รู้ว่าคนร้ายคือนายนพอนันต์

ด้านนายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ เจ้าของร้าน กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนที่ติดจามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน และสามารถนำทรัพย์สินของกลางกลับมาคืนได้ประมาณร้อยละ80ของที่ถูกปล้นไป
นายศิริชัยบอกว่า ขณะเกิดเหตุ ตนเองได้โยนกระเป๋าสตางค์ออกจากตัว เพื่อให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้ใกล้และชัดเจนที่สุด ถึงแม้นาทีนั้นจะเสี่ยงอันตรายก็ตาม
สำหรับแนวทางป้องกันหลังจากนี้ทางร้านจะติดลูกกรงเหล็ก และก่อนจะเข้าร้านต้องถอดหมวกกันน็อค หมวกแก๊ป ออกก่อน

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ, ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นเพื่อไม่ให้เห็นจดจำได้ในการกระทำความผิด ,มีอาวุธเพื่อร่วมกระทำผิดตั้งแต่2คนขึ้นไป,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายทางร่างกายและจิตใจ ข่มขื่นใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยให้หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต,รับของโจร
สำหรับของกลาง ตำรวจสามารถติดตามทรัพย์ที่ถูกปล้นไปคืนมาได้จำนวน108ชิ้น รวมมูลค่ากว่า4ล้านบาท จาก141 ชิ้น เช่น เครื่องเพชร ทองคำ นาฬิกาหรู

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *