อาชญากรรม

ตร.ทท.ร่วมกับ กองปราบฯ จับแก๊งคนร้ายต่างชาติหลอกโอนเงินข้ามประเทศกว่า 100 ล้านบาท

aaa01aaa02ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 ก.ย. พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท.และพ.ต.อ.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รอง ผบก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนาง ลิซ่า บาร์นคเนส อายุ 39 ปี สัญชาติอังกฤษ นางแคโรรีน เฮเลน อายุ 32 ปี สัญชาติอังกฤษ นางมาวิซ แบคเคย์ เปียเนีย อายุ 30 ปี สัญชาติ ฟิลิปปินส์ นายปีเตอร์ โทมัส อายุ 37 ปีสัญชาติอังกฤษ นายซาเวิบร์ เบอร์กี้ อายุ 39 ปี สัญชาติฝรั่งเศษ และนายทิม ซิลินสกี้ อายุ 26 ปี สัญชาติ อังกฤษ พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 7 เครื่อง โน๊ตบุ๊ค 6 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 31 เครื่อง เซฟเวอร์ 3 เครื่อง และเอกสารจำนวนหนึ่ง โดยกล่าวว่า ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน ร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ และ เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

                พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสากล ว่ามีกลุ่มแก๊งคนร้ายร่วมกันตั้งบริษัท ปลอมขึ้นจำนวนหลายบริษัท ทำการติดต่อหาเหยื่อทางอินเตอร์เน็ต เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายที่ติดต่อทำธุรกรรมซื้อหุ่นผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยได้เงินไปจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มแก๊งดังกล่าวตั้งบริษัทอยู่ในประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์ ชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบระบบการใช้ระคอมพิวเตอร์เรื่อยมากระทั้งทราบว่าที่บ้านเลขที่ 58/2 ซ.ทองหล่อ 25 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. โดยมีชาวต่างชาติเช่าทำเป็นบริษัทหลอกลวงให้คนทำการลงทุนซื้อหุ้น แล้วเอาทรัพย์สินของผู้ถูกหลอกไป จึงได้ขอหมายศาล จ.พระโขนง ที่ ส.227/2552 เข้าตรวจค้น

                พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวต่อว่าจากการตรวจค้นพบผู้ต้องหาทั้ง 6 คน กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์บริเวณชั้น 1 และ 2 ของบ้านดังกล่าว สอบสวนรับสารภาพว่าได้รับจ้างจากนายพอล ไม่ทราบชื้อนามสกุลจริง ในราคาเดือนละ 30,000-50,000 บาท ต่อเดือน ให้มาทำการใส่ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ และรับโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์พบว่า มีข้อมูลการอ้างชื้อว่าเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างๆ จำนวน 23 บริษัท ซึ่งมีอยู่จริง และส่งข้อมูลบริษัท ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ไปให้ลูกค้ายังต่างประเทศ ซึ่งแก๊งดังกล่าวทำเป็นขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินข้ามประเทศ โดยพัฒนาวิธีการหลอกลวงป็นการเปิดบริษัทให้ผู้เสียหายเข้าร่วมลงทุนทำธุรกิจ เมื่อผู้สัยหายหลงเชื้อเข้าร่วมลงทุนก็จะสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งในครั้งนี้มีความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ป.ดำเนินคดี

เรื่องนี้ถูกเขียนใน อาชญากรรม และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *