ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ต่างประเทศ ท่องเที่ยว อาชญากรรม

ผบช.ตม แถลงข่าวจับหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมันหนีหมายมา ช่วยสาวไทยขายไก่ย่าง และผล ระดมกวาดล้างสถานที่สุ่มเสี่ยงค้ามนุษย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตม.2ตามรวบใช้พาสปอร์ตปลอม 6 คดี

จับหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมัน ช่วยสาวไทยขายไก่ย่าง เบื้องหลังพบ
หนีหมายจับ Interpol มากบดานในไทย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยว ในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม. ,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1 จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยเร่งรัดกวดขันจับกุม ตามนโยบายข้างต้นอย่างต่อเนื่อง และให้มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยในช่วงที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่น่าสนใจ ดังนี้

 

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้จับกุม MR.FERNSEBNER MAXIMILIAN สัญชาติเยอรมัน อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ประเทศเยอรมันต้องการตัวตามหมายจับตำรวจสากลคดีค้ายาเสพติดทางอินเตอร์เน็ต และยังเคยมีประวัติในคดีชิงทรัพย์ ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ มีสื่อลามกอนาจารเด็กไว้ในครอบครองและเผยแพร่ โดย MR. FERNSEBNER MAXIMILIAN เข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กับน้องแนนภรรยาคนไทย ซึ่งไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าสามีของตนเองมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการของประเทศเยอรมัน โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านโป่งประทุน ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งหมู่บ้านที่พักอาศัยเป็นหมู่บ้านที่คนไม่พลุกพล่าน หากมีเจ้าหน้าที่หรือคนแปลกหน้าเข้ามาจะได้สังเกตเห็นได้ง่าย แต่ MR. FERNSEBNER MAXIMILIAN ได้ไปช่วยภรรยาประกอบอาชีพขายไก่ย่างรถเข็น หน้าทางเข้าหมู่บ้านจัดสรรโรงทอกระสอบปากช่อง จนมีผู้พบเห็นและโพสลงโซเชียล ทำให้มีผู้เข้าไปแสดงความชื่นชมเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจสอบข้อมูลคนต่างด้าวดังกล่าวในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (PIBICS)
และประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน พบมีหมายจับตำรวจสากลและมีประวัติหลายคดี จึงได้วางแผนจัดกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและทำการจับกุมตัว เพื่อทำผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป การจับกุมครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ตม.ไทย และสถานทูตเยอรมัน และเป็นอุทาหรณ์เตือนหญิงไทยที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนว่าชาวต่างชาติคนนั้นเป็นคนดีหรือไม่

ระดมกวาดล้างสถานที่สุ่มเสี่ยงค้ามนุษย์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยว ในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม. ,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1 จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยเร่งรัดกวดขันจับกุม ตามนโยบายข้างต้นอย่างต่อเนื่อง และให้มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยในช่วงที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่น่าสนใจ ดังนี้

จากการสืบทราบและขยายผลการจับกุมสาวชาวต่างชาติทำงานนั่งดริ้งค์บริเวณคลองตัน และรัชดา ห้วยขวาง ซึ่งมีลักษณะการค้าประเวณีแอบแฝง อันอาจจะนำสู่การค้ามนุษย์ได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการตัดช่องทางสุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จึงได้จัดกำลังระดมกวาดล้างสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ในเขตรับผิดชอบ ผลการระดมกวาดล้างสามารถจับกุมหญิงสาวชาวลาวได้ จำนวน 20 คน เวียดนาม จำนวน 2 คน จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัว (PASSPORT) ของแต่ละคน พบว่าทั้งหมดเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรถูกต้องตามกฎหมาย โดยการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ 30 วัน แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน โดยเมื่อครบกำหนดอนุญาต ก็จะเดินทางออกและกลับเข้ามาใหม่ เพื่อให้ได้สิทธิ์การอยู่ในราชอาณาจักร และแต่ละคนมีประวัติการเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรคนละหลายรอบ นอกจากนี้ยังมีบางรายที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วย วีซ่าทำงานเป็นกรรมกร แต่มาประกอบอาชีพนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต โดยทำงานนั่งดริ้งค์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จึงได้ทำการสอบคัดแยกเหยื่อ และถามปากคำเพื่อให้ทราบข้อมูลและแรงจูงใจ รวมถึงผู้ดำเนินการ ตลอดจนผู้ร่วมขบวนการ ผู้นำพา รับไว้ และผู้ควบคุม ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่าสมัครใจด้วยตนเอง มิได้มีการข่มขู่ บังคับขืนใจแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สตม.เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

ตม.2 ขานรับนโยบาย “บิ๊กอู๊ด” จับพาสปอร์ตปลอมรวด 6 คดี

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีเรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมใน ขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอาจกระทำผิดกฎหมาย หรือก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุข และความปลอดภัยใน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ชิงดวง ผบช.ฯ รรท.ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์สัจจพันธุ์รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม. ,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ประยูรศิริผบก.ตม.2 จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกหน่วยเร่งรัดกวดขัน จับกุม ตามนโยบายข้างต้นอย่างต่อเนื่อง และให้มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยในช่วงที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่ น่าสนใจ ดังนี้

1. จับ 4 อินเดียใช้วีซ่าปลอมไปประเทศแคนาดา เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนปราบปราม กอง บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ICE TEAM จับกุมชาวอินเดีย 4 ราย โดยวันที่ 19 มิ.ย.62 จับกุม Mr.Athul Mohan Vazholath อายุ25 ปีและ Mr.Aswin Prakash Kunnum Padikkal อายุ27 ปีขณะใช้หนังสือ เดินทางตนเองเช็คอินสายการบินฟิลิปินส์แอร์ไลน์เที่ยวบินที่ PR733 – PR116 เส้นทางกรุงเทพ-มานิลา-โตรอนโต้ และวันที่ 21 มิ.ย.62 จับกุม Mr.Sidhu Gurmeet Singh อายุ23 ปีและ Mr.Gill Karanvir Singh อายุ40 ปีขณะใช้ หนังสือเดินทางตนเองเช็คอินสายการบินฟิลิปินส์แอร์ไลน์เที่ยวบินที่PR733 – PR118 เส้นทางกรุงเทพ-มานิลา-โตรอน โต้โดยทั้ง 4 มีวีซ่าประเทศแคนาดาปลอม อ้างว่าเพื่อใช้ในการเดินทางไปทำงานที่ประเทศแคนาดา เจ้าหน้าที่จึงจับกุม ตัว นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีต่อไป

2. จับหนุ่มอินเดีย ปลอมพาสปอร์ตสิงคโปร์วันที่ 23 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ปราบปราม และ ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกองบังคับการตรวจคน เข้าเมือง 2 จับกุม Mr.Amith Panda อายุ41 ปีขณะแสดงหนังสือเดินทางประเทศสิงคโปร์เพื่อขอรับการตรวจออก นอกราชอาณาจักร โดยสายการAIR CHINA ไปเมืองเฉินตูประเทศจีน ผ่านเม็กซิโก ปลายทางประเทศแคนาดา รับ สารภาพว่า มีชายทราบชื่อ BABA ชาวเนปาล เป็นผู้จัดหาหนังสือเดินทางประเทศสิงคโปร์ปลอม โดยเสียค่าใช้จ่ายเล่ม ละ 1,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,720.-บาท เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัว นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

3. รวบหนุ่มปาเลสไตน์ใช้พาสปอร์ต UAE ปลอม วันที่ 24 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน ปราบปราม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ICE TEAM จับกุม Mr.Ayman A.K. Abukhousa อายุ32 ปีขณะแสดงหนังสือเดินทางประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อขอรับการตรวจออกนอก ราชอาณาจักร โดยสายการบิน Lufthansa เที่ยวบินที่ LH733 เพื่อลักลอบไปทำงานที่ประเทศเยอรมัน เจ้าหน้าที่จึง จับกุมตัว นำส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์1178 หรือ 02-134-0303 และ www.immigration.go.th

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *