ข่าวด่วนทันเหตุการณ์ ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ข่าวไฮไลท์ ขวา อาชญากรรม

รรท.ผบช.สตม.191สนธิกำลัง เข้าตรวทสอบอาคารเสือป่าพลาซ่าร้านจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือทั้งุบหรี่ไฟฟ้าพบว่ามีแรงงานต่างด้าว

รักษาราชการแทนการผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จับกุมต่างด้าวได้ 23 คน สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากว่า 60000 ชิ้นเตรียมคาดโทษ หากพบตำรวจในพื้นที่ปล่อยปะละเลย พร้อมเตรียมใช้มาตรการยึดทรัพย์ตาม พรบ ฟอกเงินกับผู้ขายในอาทิตย์หน้า

-พลตำรวจตรีสุรเชษฐหักผ่านรักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสน. พลับพลาไชย1 และเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าตรวทสอบอาคารเสือป่าพลาซ่าบริเวณชั้นหนึ่งสามซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือทั้งแบบหรี่หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าวลักลอบจำหน่ายสินค้าอยู่จำนวนมากจากการตรวจสอบร้านค้า 90 ร้าน พบการกระทำความผิด 18,000,000 จับกุมนายจ้างซึ่งเป็นคนไทย1 คนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย ทั้งหมด 23 คน เป็นชาวจีน 7 คน กัมพูชา 12 คน เมียนม่า 2 คน และไม่มีสัญชาติอีก 1 คน

-เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา นายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่แรงงานต่างด้าวถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย ผิดประเภท ตาม พรกการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว มีโทษปรับตั้งแต่ 5000 บาทถึง 50,000 บาท เมื่อชำระค่าปรับแล้ว ให้ส่งตัวกลับออกนอกราชอาณาจักรทันที ส่วนร้านค้าที่เหลืออีก 17 ร้าน จะทำการตรวจสอบขยายผลออกหมายเรียกเจ้าของร้านมารับทราบข้อต่อไป

-นอกจากนี้ยังขึ้นไปตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ แบบขายส่งและเป็นล็อกเกตสินค้าพบมีการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและหลีกเลี่ยงภาษีจำนวนมากโดยมี นายเอกวิชญ์ หลักเพชร และ นางเจิ้ง อี้หงส์ สามี ภรรยา เจ้าของร้าน ขณะจำหน่ายสินค้าอยู่ในร้านไม่มีชื่อจึงได้ตรวจยึดสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรอีกทั้งสินค้าที่ไม่แสดงฉลากและสินค้าที่ไม่ผ่านศุลกากรที่มีทั้งอะไรจอสัมผัสโทรศัพท์มือถือหูฟังฝาหลังโทรศัพท์มือถือเครื่องชาร์ทแบตเตอรี่ยี่ห้อซัมซุงและยี่ห้อ iPhone กว่า 60,000 ชิ้นยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมดมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12 ล้านบาท

-เบื้องต้นแจ้ง 6 ข้อกล่าวหา คือ 1 นำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 500,000. 2 นำของที่ไม่ผ่านศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ รวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ 3 จำหน่าย หรือเสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม หรือเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 400,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 4 ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากตามมาตรา 30 พรบ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 โดยไม่มีฉลาก หรือมีฉลาก แต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 5 เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตระวางโทษปรับตั้งแต่ 5000 บาทถึง 50,000 บาท เมื่อชำระค่าปรับแล้วให้ส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรทันที และ 6 รับต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้าง 1 คน

-อย่างไรก็ตาม พลตำรวจตรีสุรเชษฐกล่าวว่าทก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยเข้าตรวจค้น อาคารเสือป่า จับกลุ่มชาวต่างชาติและตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีหลายครั้ง ซึ่งวันนี้ประสานผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หากมีการตรวจค้นและพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ปล่อยปะละเลย ให้มีต่างด้าวเข้ามาทำงาน และให้มีการลักลอบขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าเลี่ยงภาษี จะต้องคาดโทษ เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ทันที และอาทิตย์หน้าจะมีการนำมาตรการยึดทรัพย์ ตาม พรบ.ฟอกเงินพ.ศ. 2542 มาตรา 3 มาใช้กับผู้ขาย เพราะการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฏหมายฟอกเงิน ทั้งนี้เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปจากบ้านเรา

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวด่วนทันเหตุการณ์, ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ข่าวไฮไลท์ ขวา, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *