ข่าวด่วนทันเหตุการณ์ ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ข่าวไฮไลท์ ขวา อาชญากรรม

รวบสาวใหญ่ฉกเพชร มูลค่านับแสนบาท รับสารภาพ ทำมาแล้ว 4 ครั้ง อ้างนำเงินไปรักษา พ่อ ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง

4

วันนี้ (2 ก.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ได้สนธิกำลังกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว ร่วมกันจับกุม นาง สมสกุล กิจผ่องใส อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ ส339/2556 ลงวันที่ 13 มิ.ย.56 ในข้อหา “ลักทรัพย์” พร้อมของกลาง สร้อยนิกเกิ้ลชุบทองคำขาว ประดับเพชร มูลค่า 1 แสน  2 หมื่นบาท โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บูธจำหน่านสินค้า ร้านวีรวรรณ ชั้น 1 โซนจิวเวอร์รี่ ห้างเมกา บางนา ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

 

โดยการจับกุมในครั้งนี้เนื่องจากทางตำรวจ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า มีคนร้ายไม่ทราบชื่อทราบเพียงเป็นหญิงวัยกลางคนทำทีมาเลือกซื้อดูสร้อยคอจิวเวอร์รี่ โดยอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอฉกเอาเพชร มูลค่า 2 แสน 7 หมื่นบาท ก่อนหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ บูธเฮอร์ไดมอน ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางนา หลังจากนั้นฝ่ายสืบสวนได้ทำการสืบสวนหาเบาะแสของคนร้าย จนได้ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะก่อเหตุ จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับตามภาพ

 

ต่อมา ทางตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า คนร้ายได้ไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง และมีผู้เสียหายรายหนึ่งที่มีร้านค้าอยู่ที่ห้างเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และมีร้านสาขาอยู่ที่ห้างเมกา บางนา เมื่อเห็นว่ามีคนรูปพรรณตรงกับคนร้ายกำลังจะก่อเหตุที่ร้านค้าข้างๆ  จึงได้แจ้งมายังฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปที่เกิดเหตุ พร้อมประสาน สภ.บางแก้ว เข้าร่วมทำการตรวจสอบด้วย สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ขณะถูกเจ้าหน้าที่ของทางร้านควบคุมตัวไว้

 

จากการสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า วันนี้ตนได้เดินทางมาก่อเหตุในร้านดังกล่าวจริง โดยใช้วิธีให้ทางเจ้าของร้านนำสินค้าออกมาให้เลือกทีละ 3 ชิ้น จากนั้นก็จะขอให้ทางเจ้าของร้านนำสิ้นค้าอีกชิ้นมาให้ดู ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเผลอ รีบหยิบเอาสร้อยข้อมือมาเก็บไว้ โดยที่เจ้าของร้านไม่ทันสังเกตก่อนจะหลบหนีไป เมื่อทางร้านได้นับจำนวนสินค้าปรากฏว่า มีสร้อยข้อมือหายไป 1 เส้น จึงให้พนักงานวิ่งตามไปจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ โดยคนร้ายยอมรับว่าได้โยนสร้อยข้อมือทิ้งที่พุ่มไม้ใกล้ประตูทางออกของห้าง ทางเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

 

นอกจากนี้ผู้ต้องหายังให้การสารภาพอีกว่า เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 4 ครั้ง โดยจะนำทรัพย์สินที่ได้ไปขายที่ร้านรับซื้อ ย่านปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ ส่วนเงินที่ได้มาจะนำไปใช้ในการรักษาพ่อที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.วชิระ แต่ขณะนี้กลับมารักษาตัวที่บ้านแล้ว

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ข่าวด่วนทันเหตุการณ์, ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ข่าวไฮไลท์ ขวา, อาชญากรรม และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *