ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ข่าวเด่น เพิ่มเติม อาชญากรรม

รอง ผบ.ตร. แถลงจับกุม3 ผู้ต้องหา แอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่ ปปส. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. แถลงจับกุม3 ผู้ต้องหา แอบอ้างเป็น เจ้าหน้าที่ ปปส.1512728520006 1512728529626

1512728508144 1512728524025 1512728514367

1512728526833

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พร้อมด้วย พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดี”ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน บุกรุกและหน่วงเหนี่ยวกักขัง” ผู้ต้องหา 3 ราย 1.ชื่อ นายวีระชัยศรีวนิก หรือหนอ วรรณึกกุล อายุ 38 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 111/60 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ(ตามหมายจับศาลอาญาศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 1111/60 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 60)
2. นาย ศิวัช หรือวัช หล่ำศรี อายุ36 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 170/156 หมู่5 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก จ.นครนายก(ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 1110/2560 ลงวันที่7 ธันวา 2560 )
3.นายณรงฤทธิ์ หรือเก่ง ทองพันธ์ อายุ30ปี อาศัยอยู่ที่ 182หมู่1 ตำบลห้วยทับทัน อำเภอ ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ
โดยจับกุมผู้ต้องหา ได้พร้อมของกลางดังนี้ 1 สิ่งเทียมอาวุธปืนพกสั้นปืนบีบีกัน 2 ซองบรรจุกระสุนปืนจำนวน 1 อัน 30 ซองพกปืนสั้นแบบหนังสีดำจำนวน 1 อันสีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Kawasaki รุ่น kr สีเขียวหมายเลขทะเบียน 1 กค 7503 ปทุมธานี จำนวน 1 คัน
โดยผู้ต้องหาที่1 ได้ที่ห้องสืบสวน สน.สายไหม เมื่อวันที่7 ธันวา ประมาณ 16.00 น. และผู้ต้องหาที่ 2-3 จับกุมได้ที่ห้องสืบสวน สน.สายไหม เมื่อวันที่7 ธันวา เวลาประมาณ 20.00น.

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลาประมาณ 20.40 นเจ้าหน้าที่ ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดบุกรุกหน่วงเหนี่ยวกักขังโดยมีอาวุธปืนเข้าขอตรวจค้นบ้านเลขที่ 37/ ขีด 2 6 ซอยพหลโยธิน 54/1 แขวงสายไหมเขตสายไหมกรุงเทพฯซึ่ง เป็นร้านซ่อมรถและตกแต่งรถจักรยานยนต์ ชื่อร้าน SM workshop จากการตรวจสอบวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชาย 3 คนร่วมกันบุกรุกเข้าไปในร้านของผู้เสียหายโดยมีอาวุธปืนและใช้กุญแจมือล็อคแขนผู้เสียหายไว้

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 ได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 ถึงผู้ต้องหาที่ 3 รายการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนักทำให้ผู้ต้องหาที่ 1 เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพร้อมกับทนายและยอมรับว่าตนเป็นคนเดียวกับบุคคลในภาพที่ก่อเหตุดังกล่าวจึงพร้อมนำของกลางตามรายการที่ 1 และที่ 3 มาแสดงต่อชุดรับมอบตัวจับกุม ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 นทำให้ผู้ต้องหาที่ 2 และที่ 3 ได้มาพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน พร้อมยอมรับว่าตนเป็นคนเดียวกับบุคคลในภาพที่ก่อเหตุดังกล่าวจริงและได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยึดของกลาง

จึงถูกแจ้งข้อ กล่าวหาว่า “ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ร่วมกันบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกันกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป , รวมการหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำการด้วยประการใดๆให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย รวมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควร”

 

โดยผู้ต้องหาการรับสารภาพ
จากการตรวจสอบ ทราบว่ามีเหตุในลักษณะใกล้เคียงกันคนร้ายอาจเป็นกลุ่มเดียวกันซึ่งเกิดในพื้นที่ สน.คันนายาว จะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ข่าวเด่น เพิ่มเติม, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *