อาชญากรรม

วีระ สาบานกลางศาล หากหลบหนีขอให้มีอันเป็นไป

วันนี้ (29 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลไต่สวนคำร้องที่ นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาคดีร่วมกันใช้ หรือสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1-3 อุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเช็กเงินสดจำนวน 3 ล้านบาท

นายวีระ นำพยานเข้าไต่สวนรวม 3 ปาก ประกอบด้วย นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เบิกความสรุปว่า เมื่อเดือน มี.ค.53 ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการประสานงาน กับ นปช.เพื่ออำนวยความสะดวก และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง สำหรับพยานที่ได้เคยประสานงานกับนายวีระ ผู้ต้องหาเพื่อเจรจาหาทางออกโดยสันติวิธี ซึ่งผู้ต้องหาไม่มีแนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรง ขณะที่ช่วงหนึ่งของการชุมนุมผู้ต้องหาได้ลาออกจากการเป็นประธาน นปช.และไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมอีก และหลังจากนั้น ในวันที่ 19 พ.ค.ที่ได้มีการประกาศกระชับพื้นที่ในแยกราชประสงค์แล้ว ผู้ต้องหาก็ได้ติดต่อเพื่อขอเข้ามอบตัวขณะที่แกนนำบางส่วนได้เข้ามอบตัวก่อนแล้ว

ขณะที่ นายวีระ เบิกความว่า ไม่เคยคิดหลบหนี และก่อนเข้ามอบตัวได้ติดต่อ นายกอร์ปศักดิ์ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเมื่อแกนนำบางส่วนได้เข้ามอบตัวและทราบว่า มีการแจ้งข้อหาก่อการร้าย พยานเข้าใจดีว่า เมื่อเข้ามอบตัวต้องถูกควบคุมตัว และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งพยานพร้อมเพราะเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งพยานขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์ศรี และพระแก้วมรกต ว่า หากศาลปล่อยตัวชั่วคราวจะไม่หลบหนี หากหลบหนีขอให้มีอันเป็นไป ขณะที่การถูกคุมขังในเรือนจำสภาพร่างกายพยานกลางวัน ดูเหมือนจะแข็งแรง แต่เมื่อถึงเวลากลางคืนเป็นไข้หวัดทุกวัน ซึ่งพยานมีอาการแพ้อากาศ ขณะที่การรักษาพยาบาลในเรือนจำ ไม่ดีเท่าการรักษาตัวโรงพยาบาล ดังนั้น หากศาลปล่อยตัวชั่วคราวจะใช้โอกาสนี้รักษาตัว พร้อมทั้งการถูกคุมขังในเรือนจำไม่สะดวกที่จะปรึกษาทนายความในการสู้คดีด้วย

ส่วน นายปกาสิต ไตรยสุนันท์ ทนายความ นายวีระ ได้ขึ้นเบิกความเพื่อเล่าถึงการยื่นประกันตัวที่ผ่านมา โดยย้ำว่า นายวีระ ไม่มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง

ด้าน นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เบิกความว่า การทำสำนวนคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนแบ่งไว้ 3 กลุ่ม คือ แกนนำ นปช.ผู้สนับสนุนการเงิน นปช.และผู้ก่อเหตุที่มีอาวุธ ซึ่งแกนนำ นปช.ได้แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฮาร์ดคอร์ หัวรุนแรง และกลุ่มไม่ใช่หัวรุนแรง ซึ่ง นายวีระ นายก่อแก้ว และ นพ.เหวง อยู่ในกลุ่มดังกล่าว โดยครั้งแรกที่มีการฝากขัง ทั้งสามคนไม่ได้ถูกคัดค้าน แต่มาคัดค้านประกันในการฝากขังครั้งที่ 2-3 เนื่องจากมีกลุ่มเสื้อแดงไปขัดขวางรถเรือนจำที่จะขนผู้ต้องหาไปฝากขัง จึงเกรงว่า หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มอีก หรือหลบหนี อย่างไรก็ดี สำหรับสำนวนคดีดังกล่าววันนี้ดีเอสไอ ได้สรุปความเห็นส่งให้อัยการแล้ว ซึ่งดีเอสไอไม่ประสงค์ที่จะคัดค้านการประกันตัวนายวีระแล้ว

ภายหลังศาลไต่สวนพยาน 4 ปากเสร็จสิ้น เมื่อเวลา 11.45 น.ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำสั่งว่าจะให้ประกันยตัวนายวีระ หรือไม่ในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เวลา 11.00 น.โดยมีคำสั่งให้เบิกตัว นายวีระ มาฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ด้วย

ข้อความนี้ถูกเขียนใน อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *