การเมือง ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด อาชญากรรม

หม่อมดำรงดิศ”ลั่นคดีค้ามนุษย์-ข่มขืน ถือเป็นคำสาปสังคม ต้องเร่งแก้กฏหมายให้เป็นรูปธรรม

ข่าวการเมือง🔘

“หม่อมดำรงดิศ”ลั่นคดีค้ามนุษย์-ข่มขืน ถือเป็นคำสาปสังคม ต้องเร่งแก้กฏหมายให้เป็นรูปธรรม

หม่อมราชวงศ์ดำรงดิศ ดิศกุล หัวหน้าพรรคภราดรภาพ ได้เปิดเผยถึงเรื่องที่ประชาชน มีความกังวลในด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะเด็กและสุภาพสตรี ที่ในระยะหลังมักจะข่าวคราวที่สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนโดยเฉพาะคดีการฆ่าข่มขืน ซึ่งหลายฝ่ายจี้ให้ลงโทษขั้นรุนแรง พร้อมทั้งขอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และพัฒนาเศรษฐกิจ

โดยประชาชนส่วนใหญ่มองว่าปัญหาการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์ รวมไปถึงคดีข่มขืนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือสตรี เกิดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม พรรคภราดรภาพ จึงเล็งเห็นว่าการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการสร้างความเท่าเทียมกันจะเป็นสิ่งที่จะนำพาให้ประเทศไทยปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น
จึงนำเสนอนโยบายในการเพิ่มโทษสำหรับคดีฆ่าข่มขืน คือต้องประหารชีวิตเท่านั้น เพื่อเป้าหมาย ให้เกิดความเกรงกลัวในการกระทำความผิดลักษณะนี้ พร้อมกันนี้ยังนำเสนอแนวทางสำหรับคดีข่มขืนอื่นๆ โดยการให้ยาในการปรับลดสมรรถภาพทางเพศก่อน ที่จะมีการปล่อยตัวหลังจากได้รับโทษจำคุกในการกระทำความผิดข้อหาข่มขืน

พรรคภราดรภาพ ได้ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของประชาชนเป็นหลักเพราะเรามุ่งเน้นที่จะบริหารบ้านเมืองเพื่อประชาชน ดังนั้นแล้วการที่ประชาชนมีความรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขในการได้อยู่ร่วมกันในสังคม ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีและจะทำให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพและภราดรภาพที่เท่าเทียมกัน

นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ ยังได้กล่าวสนับสนุนถึงความคิดที่จะดำเนินการเรื่องการเพิ่มโทษคดีฆ่าข่มขืนเป็นการประหารชีวิตเท่านั้น เนื่องจากในปัจจุบันได้มีคดีดังกล่าวอยู่บ่อยๆไม่ว่าจะเป็นกับเด็กสตรีหรือนักท่องเที่ยว ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเกิดความเสียหายในวงกว้างและดูไม่เหมาะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทยยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีและความก้าวหน้า ภาพลักษณ์ของประเทศเกิดความเสียหายในวงกว้างและดูไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในสังคมไทยยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีและความทันสมัย อีกทั้งประเทศไทยยังถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาท่องเที่ยวเป็นลำดับต้นๆของโลก เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรจะผลักดันเพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่ารัฐได้จริงเอาจังกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ อันจะเป็นผลทางด้านจิตใจซึ่งอาจจะทำให้มีสภาวะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้

ข้อความนี้ถูกเขียนใน การเมือง, ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *