ข่าวด่วนทันเหตุการณ์ ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ข่าวไฮไลท์ ขวา ภูมิภาค อาชญากรรม

เปิดยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ปิดล้อมตรวจค้น 6จุด ทั่วจังหวัดจันทบุรี

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 11 ต.ค. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท ผบช.สตม., , พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ รรท.ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จัน รรท.ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท.ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รรท.ผบก.จร., พ.อ.จักพงษ์ ศรีสุวรรณ รอง เสธ ฯ มทบ.19 , นท.อดิเรก สาท่ำ ผบ.พัน ร.2 ค่ายตากสิน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จว.จันทบุรี พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.สายตรวจ สนธิกำลัง

เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ปกครอง ชุดปฏิบัติการศปอส.ตร. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ,กองกำกับการบริการคนต่างด้าว บก.ตม.3, กองกำกับการ 1 บก.สส.สตม. สำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดจันทบุรี และ สภ.เมืองจันทบุรี เปิดยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ปิดล้อมตรวจค้น 6จุด ทั่วจังหวัดจันทบุรี
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำนโยบายด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบกับความมั่นคงส่งผลต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย เช่น กลุ่มเครือข่ายหลอกลวงแต่งงาน (Romance Scam) กลุ่มเครือข่ายผลิตและปลอมบัตรเครดิต (Skimming) กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งตัวเป็นกลุ่มกระทำผิดอาชญากรรมต่าง ๆ และยาเสพติด รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ในประเทศโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาวิธีการกระทำความผิดให้มีความซับซ้อน และหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันจับกุมเรื่อยมา
สำหรับเป้าหมายในวันนี้ทางศปอส.ตร.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปิดล้อมตรวจค้น6จุด ตรวจสอบบุคคลต่างด้าว ผิวสี ที่พำนักในประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี หลังได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวชาวผิวสีเข้ามาพำนักในพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงได้นำกำลังตรวจสอบเพื่อทำพื้นที่ให้ปลอดภัย ก็พบว่าคนต่างด้าวผิวสีจำนวน 135 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบกับฐานข้อมูลระบบการเข้า-ออกประเทศของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพบว่าทั้งหมดอยู่ในประเทศอย่างถูกต้อง แบ่งเป็นใช้วีซ่าประเภท ทำธุรกิจ 113 ราย ใช้วีซ่าประเภท ใช้ชีวิตบั้นปลาย 6 ราย และใช้วีซ่าประเภท ติดตามครอบครัว 16 ราย อย่างไรก็ตามในส่วนชาวผิวสีที่พำนักในประเทศไทยที่ประกอบธุรกิจ จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจ ค้าพลอยดิบ จากประเทศมาดากัสกา โมซัมบิก และไนจีเรีย โดยจะทำรีเอนทรีวีซ่าเพื่อเดินทางเข้า ออกประเทศ เพื่อไปรับซื้อวัตถุดิบเข้ามาประเทศไทย โดยช่วงวันจันทร์ – พฤหัส จะทำการค้าขายพลอยที่เมืองจันทบุรี และช่วงปลายสัปดาห์ จะเข้ามาขายพลอยในกรุงเทพ แถวถนนสีลม ทั้งนี้ได้ให้ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดจันทบุรี ทำการเก็บลายนิ้วมือเพื่อเป็นฐานข้อมูลของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
รรท.ผบช.สตม. กล่าวว่า การตรวจสอบในครั้งนี้เป็นการคัดกรองบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาพำนักในประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้ต้องตรวจสอบต่อว่า หากเข้ามาประกอบธุรกิจได้มีการขออนุญาตหรือไม่ หากไม่ขออนุญาตก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้จากสถานการณ์ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการหลั่งไหลเคลื่อนย้ายเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองต้องเร่งดำเนินการคือการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าประเทศ และพำนักในประเทศ โดยแยกให้ออกระหว่างคนดีและคนไม่ดี ซึ่งหากพบคนดีที่เดินทางเข้ามาแล้วสร้างรายได้ให้กับประเทศนำพาเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดี ก็ต้องยกระดับการดูแลให้บริการนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเหล่านั้นให้การบริการที่ดี เช่นเดียวกันแต่หากพบคนไม่ดี เข้ามาก่อเหตุใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักพิง สร้างความเสียหาย ก็ต้องมีมาตรการเด็ดขาดผลักดันออกนอกประเทศขึ้นบัญชีแบล็คลิสต์ต่อไป
//////////////////////////////

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ข่าวด่วนทันเหตุการณ์, ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ข่าวไฮไลท์ ขวา, ภูมิภาค, อาชญากรรม คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *