ต่างประเทศ

ตั้งข้อหา’มือบึ้มบอสตัน’แล้ว!

จับภาพหน้าจอ 2556-04-24 ณ 3.45.59 PM

มือระเบิดบอสตัน ถูกตั้งข้อหาแล้ว มูลเหตุจูงใจอาจเป็นความเชื่อทางศาสนา ไม่เกี่ยวก่อการร้าย ขณะที่ ‘แคนาดา’ ประสาน ‘สหรัฐ’ จับ 2 คนร้าย เตรียมวางระเบิดโจมตีรถไฟ

 

23 เม.ย. 56  นายจ็อคการ์ ซานาเยฟ วัย 19 ปี มือระเบิดโจมตีการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่บอสตัน รัฐแมสซาจูเสตส์ ของสหรัฐ ที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บรุนแรงจากกระสุนปืนที่คอ ศีรษะมือและขา ที่เกิดขึ้นในระหว่างการหลบหนีการจับกุมของตำรวจ ได้ถูกตั้งข้อหาภายในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล และและล้วนแต่เป็นข้อหาฉกรรจ์ ที่มีโทษสูงสุดขั้นประหารชีวิต

เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ เปิดเผยว่า นายจ็อคการ์ และพี่ชายคือ นายทาเมอร์ลัน วัย 26 ปี มีแรงจูงใจมาจากแนวคิดหัวรุนแรงด้วยความเชื่อทางศาสนา แต่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายใด ๆ / นายทาเมอร์ลัน เสียชีวิตในระหว่างยิงต่อสู้กับตำรวจเมื่อวันพฤหัสบดี ส่วนนายจ็อคการ์ถูกจับได้ขณะซ่อนตัวอยู่ในเรือ ในย่านวอเตอร์ทาวน์เมื่อวันศุกร์

นายจ็อคการ์ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแมสซาจูเสตส์ ถูกตั้งข้อหาวางแผนและใช้อาวุธทำลายล้างสูง โดยเขากับพี่ชายช่วยกันทำระเบิดโดยใช้หม้อความดันสูง ที่คร่าชีวิตประชาชนไป 3 คน บาดเจ็บกว่า 170 คน เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน / ตำรวจระบุว่า สองพี่น้องเป็นชาวเชเชน ที่เดินทางมาจากรัสเซียและอาศัยอยู่ในสหรัฐนานประมาณ 10 ปี และนับถือศาสนาอิสลาม / จากหลักฐานในเบื้องต้น ที่ได้จากการสอบปากคำนายจ็อคการ์ ทำให้ทราบว่า ทั้งสองคนมีแรงจูงใจมาจากแนวคิดสุดโต่ง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้ายที่้อ้างศาสนาอิสลามบังหน้าอื่น ๆ

นายจ็อคการ์ สื่อสารกับเจ้าหน้าที่สืบสวนด้วยการเขียน ข้อความที่ตอบโต้เป็นข้อมูลสำคัญ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากนายจ็อคการ์ รวมถึงหาหลักฐานเพิ่ม เช่น โทรศัพท์ของเขาและการสื่อสารทางออนไลน์ รวมถึงการคบค้าสมาคมกับคนอื่น ๆ ด้วย / เจ้าหน้าสืบสวนระบุว่า สองพี่น้องซานาเยฟ เอากระเป๋าบรรจุระเบิดไปวางไว้ในบริเวณที่มีฝูงชนใกล้เส้นชัยของการแข่งขัน วิ่งมาราธอน ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก / ภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ให้เห็นว่า นายจ็อกการ์ทำอะไรบางกับโทรศัพท์มือถือ และยกขึ้นแนบหูไม่นาน ก่อนจะเกิดระเบิด

หลังเกิดระเบิดครั้งแรก ซึ่งอยู่ห่างจากนายจ็อคการ์แค่ช่วงตึก ทุกคนต่างวิ่งไปทางตะวันออก ด้วยการสับสนและแตกตื่น มีเพียงนายจ็อคการ์ ที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนหน้าร้านอาหาร และไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด หลังจากนั้นไม่นาน เขาได้รีบเดินออกไป และทิ้งกระเป๋าไว้ ก่อนที่ระเบิดครั้งที่สองจะทำงานในอีก 10 วินาทีต่อมา / เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ไม่ได้บอกว่า เขาใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดหรือไม่ หรือ เขาได้พูดกับใครในโทรศัพท์หรือไม่

ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ระบุว่า ไม่มีทางเลือกอื่น นายจ็อคการ์ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมภายใต้ระบบศาลรัฐบาลกลาง แม้ว่านักการเมืองบางคน จะเสนอให้นำเขาเข้ารับการพิจารณาคดีของศาลทหาร ในฐานะนักรบของกองทัพศัตรู ที่จำเลยจะถูกปฏิเสธการคุ้มครองบางอย่างภายใต้รัฐธรรมนูญปกติ / แต่นายซานาเยฟ ได้สัญชาติอเมริกันแล้ว และภายใต้กฎหมายสหรัฐ พลเรือนอเมริกัน ไม่สามารถถูกนำตัวขึ้นศาลทหารได้ และนับตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน ปี 2544 ระบบศาลรัฐบาลกลาง ก็ถูกใช้ตัดสินและสั่งจำคุกผู้ก่อการร้ายมาหลายร้อยคนแล้ว

ปัจจุบัน ยังมีผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่บอสตัน รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 51 คน ในจำนวนนี้ รวมถึงเด็กชาย 3 ขวบที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และมีเลือดออกในสมอง และเด็กหญิงเล็ก ๆ อีกคนหนึ่งที่โดนตะปู และยังมีคนที่อาการอยู่ในภาวะอันตรายอีก 3 คน มีอย่างน้อย 14 คน สูญเสียอวัยวะ ซึ่งในจำนวนนี้ มีอยู่ 3 คน สูญเสียอวัยวะมากกว่าหนึ่ง

ผู้พิพากษาศาลสหพันธ์ มาเรียน โบว์เลอร์ ระบุว่า เธอพอใจที่นายจ็อคการ์ฟื้นแล้ว และสามารถรับทราบข้อกล่าวหาได้ / นายซานาเยฟ ไม่ได้พูดอะไร ยกเว้นคำว่า ” ไม่ ” ตอนที่ถูกถามว่าเขาสามารถหาทนายเองได้หรือไม่ / เขาผงกศีรษะ เมื่อถูกถามว่า สามารถตอบคำถามได้บ้างไหมและเข้าใจสิทธิของเขาที่ผู้พิพากษาอธิบายให้ฟัง หรือไม่

นายจ็อคการ์ อาจเผชิญข้อหาที่รัฐบาลเป็นผู้ฟ้อง กรณีที่เขาสังหารตำรวจที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาจูเสตส์ หรือ เอ็มไอที ในเมืองเคมบริดจ์ / ในการตรวจค้นห้องของนายจ็อคการ์ในหอพักของมหาวิทยาลัยแมสซาจูเสตส์ ทำให้พบหมวกเบสบอลสีขาวและแจ็คเก็ตสีดำ ที่เหมือนกับที่เห็นในภาพวงจรปิดและเอฟบีไอนำออกมาเผยแพร่หลังจากนั้น / มีหลักฐานด้วยว่า หนึ่งในสองพี่น้อง แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นคนไหน บอกกับเหยื่อที่พวกเขาชิงรถในระหว่างการหลบหนีว่า ได้ยินข่าวเรื่องระเบิดในบอสตันหรือไม่ …. เขาเป็นคนทำเอง

 

‘แคนาดา’ ประสาน ‘สหรัฐ’ จับ 2 คนร้าย เตรียมวางระเบิดโจมตีรถไฟ

ตำรวจแคนาดา แถลงข่าวการจับกุมชาย 2 คน และสามารถทำลายแผนการวางระเบิดขบวนรถโดยสารที่วิ่งระหว่าง นครโตรอนโต ของแคนาดา ไปยังนครนิวยอร์ก ของสหรัฐ โดยคนร้ายเจตนาจะให้รถไฟระเบิดตอนที่วิ่งข้ามแม่น้ำไนแอการ่า ที่อยู่ห่างจากน้ำตกไนแอการ่า เพียงไม่กี่กิโลเมตร และพบว่า พวกแกนนำกลุ่มก่อการร้ายอัล ไกดา ในอิหร่าน มีส่วนช่วยเหลือด้วย

นายชิเฮบ เอสเซ็กไฮเออร์ วัย 30 ปี อาศัยอยู่ที่นครมอนทรีออลและนายราเอ็ด เจเซอร์ วัย 35 ปี ถูกจับกุมเมื่อวานนี้ และยอมรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งและคำแนะนำจากแกนนำอัล ไกดา ในอิหร่าน / ตำรวจ บอกว่า จับตาพวกเขามานานกว่า 1 ปี ทั้งสองคนไม่ได้มีสัญชาติแคนนาดา แต่ตำรวจไม่ยอมเปิดเผยว่า พวกเขามาจากไหนและเหตุใดจึงไปอยู่ในแคนาดา

แหล่งข่าวด้านการบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐ เปิดเผยว่า แผนระเบิดรถไฟ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดโจมตีการแข่งขันวิ่งมาราธอน ที่บอสตัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยคนร้ายทั้งสองได้วางแผนจะระเบิดรถไฟแอมแทร็ค หรือ แคนาเดียน เวีย ในขณะกำลังแล่นข้ามสะพานเวิร์ลพูล แรพพิดส์ จากแคนาดาไปยังสหรัฐ ซึ่งสะพานแห่งนี้ มีอายุเก่าแก่ถึง 115 ปี และสูง 225 ฟุต / บรรษัทกระจายเสียงแคนาดา หรือ ซีบีซี ระบุว่า ปฏิบัติการทำลายแผนการวางระเบิด นำโดยกระทรวงความมั่นคงภายใน , สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ และสำนักข่าวกรองของสหรัฐ อันเป็นผลมาจากการขยายความร่วมมือข้ามชายแดน

ขณะที่แคนาดา ไม่ได้ยืนยันว่า รถไฟที่ตกเป็นเป้าการโจมตีเป็นขบวนไหน แต่แหล่งข่าว เปิดเผยว่า เป็นขบวนรถ แอมแทร็ค เมเปิล ลีฟ ไลน์ ที่ให้บริการจากนครโตรอนโต ไปยังสถานีเพนน์ ในนครนิวยอร์ก และคนร้ายทั้งสองคน ถูกระบุว่า ศึกษาตารางการเดินรถและลานสับเปลี่ยนขบวนรถไฟ ทั้งเข้าและออกจากนครโตรอนโต

เตรียมเปิดฉากโจมตี / การทำลายแผนการวางระเบิด ยังนำมาซึ่งความประหลาดใจครั้งใหญ่เมื่อคนร้ายรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งมาจากแกนนำอัล ไกดา ในอิหร่าน ที่ได้ชื่อว่าประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายชีอะห์ แต่กลับมาสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นมุสลิมสุหนี่ แต่สำนักข่าว CNN เพิ่งจะรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า มีสมาชิกวงในของโอซาม่า บิน ลาเดน ที่ยังรอดชีวิตอยู่ ได้เข้าไปหลบในอิหร่าน ขณะที่สมาชิกบางคนในครอบครัวบิน ลาเดน ถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้านพักที่กรุงเตหะราน รวมทั้งบรรดาที่ปรึกษาระดับสูง ที่อาศัยอยู่ในเมืองตากอากาศ ชาลัส ในทะเลแคสเปียน

นอกจากปฏิบัติการทำลายแผนก่อการร้ายล่าสุด จะมีขึ้นหลังเหตุระเบิดโจมตีการแข่งขันวิ่งมาราธอนแล้ว ยังพบว่า มีชาวแคนาดาที่ตกเป็นเหยื่อการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธที่โรงแยกก๊าซใน แอลจีเรีย เมื่อเดือนมกราคม รวมถึงเหตุการณ์จับกุมชายฉกรรจ์มากกว่า 12 คน ที่โตรอนโตเมื่อปี 2549 ที่ถูกระบุว่า กำลังวางแผนใช้ระเบิดโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในแคนาดา ตำรวจแคนาดา ระบุว่า จะเดินหน้าสืบสวนต่อไป / สำนักข่าวแคนาเดียน เพรสส์ รายงานว่า หนึ่งในคนร้าย คือนายเอสเซ็กไฮเออร์ ศึกษาที่มหาวิทยาลับเชอร์บรู้ค ที่ควีเบค ระหว่างปี 2551-2552 และกำลังทำรายงานจบในสาขาชีววิทยา อยู่ที่สถาบัน นาซิยงนัล เดอ ลา เออแชร์เชอ ชองติฟีก ในนครมอนทรีออล

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ต่างประเทศ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *