ต่างประเทศ

วงจรปิดจับภาพมือบึมบอสตันได้ FBI รุดปัดข่าวลือรวบผู้ต้องสงสัยแล้ว

จับภาพหน้าจอ 2556-04-18 ณ 12.10.58 PM ตำรวจบอสตันเมื่อวันพุธ (17) รุดปฏิเสธข่าวลือที่ว่าทีมสืบสวนสหรัฐฯ จับกุมผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งฐานอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุบึมใกล้เส้นชัยศึก บอสตันมาราธอน คร่าชีวิตผู้คนไป 3 ศพและบาดเจ็บ 180 คน หลังภาพจากกล้องวงจรปิดพบเห็นเป็นคนวางหม้อต้มความดันไอน้ำที่ซุกซ่อนระเบิด ไว้ภายใน

กรมตำรวจบอสตันระบุในทวิตเตอร์ว่า “แม้มีรายงานข่าว แต่ข้อเท็จจริงคือยังไม่มีการจับกุมใครในเหตุโจมตีกลางการแข่งขันมาราธอน” เช่นเดียวกับสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ที่ยืนยันในเรื่องนี้ และเตือนสื่อมวลชนควรเสนอข่าวอย่างระมัดระวัง

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ทีมสืบสวนได้จับกุมผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งฐานอาจเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด หลังถูกชี้ตัวโดยกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งและกล้องอีกตัวที่ อยู่ใกล้เส้นชัยของศึกมาราธอน บริเวณที่ระเบิดสองลูกพ่นโลหะของมีคมพุ่งเข้าใส่ฝูงชนเมื่อวันจันทร์ (15)

รายงานข่าวของซีเอ็นเอ็นและสื่อมวลชนท้องถิ่นอื่นๆ ระบุด้วยว่า มีกล้องวงจรปิดอย่างน้อยๆ 1 ตัวที่สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยมีท่าทีกำลังวางระเบิดหม้อต้มความดันไอน้ำใบ หนึ่งในบริเวณจุดเกิดเหตุ

ระเบิดสองลูกถูกวางไว้ห่างกันไม่เกิน 100 เมตร และถูกจุดชนวนในเวลาห่างกัน 13 วินาที ขณะที่เหล่านักกรีฑาสมัครเล่นที่เหลือจากทั้งหมด 23,000 กำลังเข้าสู่เส้นชัย หลังจากเหล่านักกรีฑาชื่อดังเสร็จสิ้นการแข่งขันไปก่อนหน้านานพอสมควร

ข่าวลือเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยมีขึ้นก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีกำหนดร่วมพิธีศพเหยื่อระเบิดและเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บในบอสตันในวัน พฤหัสบดี (18) หลังได้ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การก่อการร้าย”

แม้ยังไม่มีใครออกมาอ้างความรับผิดชอบ แต่สำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ประกาศว่าจะดำเนินการตามล่าทั่วโลกเพื่อหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุมา ลงโทษให้ได้ พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพเศษหม้อต้มความดันไอน้ำในสภาพบูดเบี้ยว ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายใช้บรรจุวัตถุระเบิดที่กระแทกตะปู ลูกปืนและกระสุนโลหะพุ่งเข้าใส่ฝูงชน

เจ้าของโรงแรมบอกกับเอเอฟพีว่า พบฝาของหม้อต้มความดันไอน้ำใบหนึ่งบนระเบียงโรงแรมใกล้กับจุดระเบิด ขณะเอฟพีไอก็พบเศษไนลอนสีดำที่อาจมาจากเป้สะพายหลังหรือกระเป๋าที่สันนิษฐาน ว่าคนร้ายใช้หิ้วระเบิดไปวางตามจุดต่างๆ

แพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ที่เหล่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาเผยว่า ลูกปืนและตะปูที่ผ่าตัดออกมาจากตัวคนไข้จะถูกส่งมอบแก่ทีมสืบสวน โดย จอร์จ เวลมาฮอส หัวหน้าแผนกศัลยกรรมบาดแผลของโรงพยาบาลแมสซาซูเซตส์ เจเนอรัล เผยว่าคนไข้คนหนึ่งมีตะปูฝังอยู่ตามร่างกายถึง 12 ดอก

ส่วน ปีเตอร์ เบอร์เก หัวหน้าแผนกศัลยกรรมบาดแผลของบอสตัน เมดิคัล เซ็นเตอร์ ก็บอกว่าได้มอบเศษโลหะและตะปูที่พบตามร่างกายคนเจ็บให้กับตำรวจแล้วเช่นกัน โดยตะปูบางดอกมีความยาวถึง 5 เซนติเมตร

ทั้งนี้ หลักฐานต่างๆ กำลังถูกรวบรวมเพื่อส่งไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการหลักของเอฟบีไอ ในมลรัฐเวอร์จิเนีย โดยในจำนวนนี้มี เศษไนลอนสีดำที่อาจมาจากเป้สะพายหลังหรือกระเป๋า เศษตลับลูกปืน ตะปูแบบไม่มีหัว และอาจจะรวมถึงชิ้นส่วนหม้อต้มความดัน แบตเตอรี่ สายไฟ และสิ่งที่ดูเหมือนกับแผงวงจร

เอฟบีไอระบุว่า อุปกรณ์ระเบิดคราวนี้ดูเหมือนจะสามารถประกอบขึ้นอย่างง่ายดาย มีลักษณะเหมือนระเบิดแสวงเครื่องซึ่งพวกผู้ก่อความไม่สงบใช้วางลอบโจมตีตาม ถนนหนทางในอิรักและอัฟกานิสถาน แต่เขาก็บอกด้วยว่ายังไม่มีการปักใจไปในทางใด โดย “ขอบเขตของผู้ต้องสงสัยและแรงจูงใจยังคงเปิดกว้างอยู่”

ทางการสหรัฐฯ นั้นได้สั่งการให้หน่วยงานสอบสวนทั้งหมดตามล่าผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด คราวนี้ เฉพาะในบอสตันเมืองเดียวมีเจ้าหน้าที่กระจายกำลังค้นหากว่า 1,000 นาย โดย ริค เดสลอว์ริเอร์ เจ้าหน้าที่พิเศษของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ในเมืองบอสตัน สำทับว่านี่จะเป็นปฏิบัติการสอบสวนระดับโลกเพื่อหาตัวผู้ก่ออาชญากรรมต่ำช้า นี้

หลัง จากเกิดเหตุ กองกำลังป้องกันประเทศและตำรวจ ได้ออกลาดตระเวนตามสนามบิน สถานีรถไฟและรถประจำทางในบอสตัน ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่าจะมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดอีกหลายวัน โดยเฉพาะระหว่างที่โอบามาเดินทางมาร่วมพิธีไว้อาลัย

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เป็นต้นว่า นิวยอร์ก ลอสแองเจลิส ซานฟรานซิสโก

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บราวๆ 100 คนได้รับอนุญาตจากโรงพยาบาลต่างๆในบอสตันให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่อาการยังสาหัส ขณะที่เมืองเริ่มไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต อันได้แก่ มาร์ติน ริชาร์ด วัย 8 ขวบ ที่ร่วมชมการแข่งขันกับครอบครัว โดยแม่ของเขาได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่สมอง ส่วนน้องสาวต้องตัดขา

คนที่สองคือ คริสเทิล แคมป์เบล วัย 29 ปี เป็นผู้จัดการร้านอาหารในแมสซาชูเซตส์ และคนสุดท้ายเป็นนักศึกษาชาวจีนที่เพิ่งจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยบอสตัน ซึ่งสื่อมวลชนในสหรัฐฯ และฮ่องกงรายงานว่าเธอชื่อ หลู่ว์ หลิงซื่อ แม้ว่าทางครอบครัวของเธอจะร้องขอให้ปิดบังชื่อก็ตาม

ในค่ำคืนวันอังคาร (16) ประชาชนราว 1,000 คน เข้าร่วมจุดเทียนไว้อาลัย ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้ๆ บ้านของเด็กชาย ขณะที่นักศึกษาหลายร้อยคนร่วมเข้าร่วมพิธีรำลึกซึ่งจัดขึ้นเพื่อ หลิงซื่อ ที่มหาวิทยาลัยบอสตันในค่ำคืนวันเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายร้อยคนที่ไปร่วมงานไว้อาลัยตามจุดอื่นๆ ทั่วบอสตันด้วย

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ต่างประเทศ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *