Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

“ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ครั้งที่ 10 ตลาดสำเพ็ง

ยุทธการ “ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ครั้งที่ 10
ตลาดสำเพ็ง

พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. , พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. , พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 , พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. , พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6
ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร. และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และระงับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการกระทำผิดอื่นๆ ออนไลน์ ขึ้น โดยมุ่งเน้นการป้องกันปราบปรามการอาชญากรรมที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นมากในปัจจุบัน โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในตลาดสำเพ็ง กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 จุด


สำหรับยุทธการ “ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และระงับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการกระทำผิดอื่นๆ ออนไลน์ จากการสืบสวนพบอีกว่าผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ มีการจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางค์ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ร้านเจ้ฉันและร้านโชคดี ตลาดสำเพ็ง และยังพบการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้กระทำผิดกลุ่มนี้ทางสื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างเฟสบุ้คอีกด้วย
การปฏิบัติการครั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในตลาดสำเพ็ง กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 จุด ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จำนวน 2 ราย คือ น.ส.พัชรินทร์ แก้วยอดคง ผู้ดูแลจัดการร้านเจ้ฉัน และน.ส.พรสุดา นครังสุ ผู้ดูแลจัดการร้านโชคดี ในข้อหา “จำหน่ายหรือเสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” และได้ตรวจยึดสินค้าเครื่องสำอางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมจำนวนกว่า 7,000 รายการ มูลค่าความเสียหายประมาณ 7,000,000บาท

สำหรับยุทธการ “ปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” ในครั้งนี้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความจริงจังในการปราบปราม ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการขยายผลไปยังแหล่งผลิต หรือผู้ที่นำเข้า จะดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพ ต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ หรือการประกาศขายทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หากยังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีขยายผลถึงนายทุน ตลอดจนใช้มาตรการยึดทรัพย์ จากความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๓ (๑๓) และมีอัตราโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยหมดไป

Total
0
Shares
Previous Article

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมภาคีเครือข่าย จัดโครงการ"เมา ง่วง อย่าขับ ขี่ไปกลับสวมหมวกกันน็อค"

Next Article

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบ 1 ล้านบาท ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย N95 บรรเทาทุกข์พี่น้องชาวเชียงราย"

Related Posts

กรมหม่อนไหม ชวนคนไทยและต่างชาติ เที่ยวงาน “มหกรรมผ้าไหม จากชุมชนสู่สากล” ช่วยเกษตรกรผู้ผลิตผ้าไหม หลังเจอวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาด จนขายรายได้