Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

กลุ่มโจ๋อาชีวะรุมฟัน หนุ่ม18 ยันไม่รู้จักผู้ก่อเหตุจึงไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องเป็นตน

กลุ่มโจ๋อาชีวะรุมฟัน หนุ่ม18 ยันไม่รู้จักผู้ก่อเหตุจึงไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องเป็นตน

จากกรณีที่ เพจสายไหมต้องรอดโพสต์คลิปเหตุการณ์ ที่มีกลุ่มคนกำลังช่วยเหลือปฐมพยาบาลวัยรุ่นรายหนึ่งที่ระบุว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นอาชีวะทำร้ายร่างกายรุมฟันทั้งทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ทีมข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ นายจีระพงษ์ เจียมอนิวรรต หรือ น้องเจล อายุ 18 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15:00 น. ของวานนี้ ขณะนั้นเป็นเวลาที่ตนเองกับเพื่อนและรุ่นน้องรวมสามคนขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสามเพื่อจะกลับมาบ้านพักย่านนิมิตใหม่ โดยเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้พบกับกลุ่มผู้ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์สวนกันซึ่งตอนแรกตนเองไม่ได้เห็นว่ากำลังตกเป็นเป้าเพราะทางคู่กรณีไม่ได้มีการแสดงท่าทีหรือมีการด่าทอกันแต่อย่างใดก่อนที่จะมาเห็นว่าคู่กรณีได้มีการกลับรถแล้วขี่มาตัดหน้าเพื่อบล็อกตนเองเข้าที่ ขอบทางด้านซ้าย และมีรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งมาขี่ประกบที่ด้านขวาพร้อมกับบอกให้กลุ่มตนเองลงจากรถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะมีหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ถามว่าตนเองเรียนที่ไหน แต่ตนเองบอกว่าไม่ได้เรียนเพราะตนเองได้พักการเรียนมาเพื่อมาทำงาน แต่ที่บริเวณกูเข็มขัดของตนเองมีพวงกุญแจที่มีตราสถาบันเมื่อคู่กรณีเห็นก็ได้มีการบอกให้ส่งเครื่องหมายสถาบันมาตนเองไม่ยอมจึงเริ่มฟันใส่รุ่น น้องที่เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ของตนเองที่เป็นเพียงเด็กมัธยมไม่ใช่เด็กอาชีวะ แต่ไม่เข้าเพราะรุ่นน้องสวมใส่เสื้อแขนยาวหนากลุ่มผู้ก่อเหตุจึงหันมาฟันตนเองซึ่งครั้งแรกเข้าที่บริเวณลำคอด้านซ้าย ตนเองจึงเสียหลักล้มลงและพยายามใช้มือขึ้นป้องกันบริเวณศีรษะเพราะผู้ก่อเหตุพยายามจะฟันและกระทืบที่บริเวณศีรษะทำให้นิ้วมือข้างขวาและศอกทั้งสองข้างถูกฟัน รวมถึงต้นขาขวาและหน้าแข้งขวา ก็ถูกฝันด้วยเพราะตนเองพยายามถีบคู่กรณีออกไปทำให้ต้นขาขวาได้รับบาดเจ็บหนักที่สุด

ก่อนที่ในเวลาต่อมาไม่นานนักจะมีคนตะโกนขึ้นว่าตำรวจมาทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุแยกย้ายกันวิ่งหลบหนีไปและเพื่อนที่มาด้วยกันกับตนเองได้พยุงตนเองเข้าไปขอความช่วยเหลือที่บริเวณร้านค้าแถวจุดเกิดเหตุและติดต่อประสานมาทางครอบครัวให้ทราบ ก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายตนเองไปที่โรงพยาบาลซึ่งขณะนั้นยอมรับว่ารู้สึกเจ็บอย่างมากและเสียเลือดค่อนข้างเยอะเพราะตลอดทางที่ตนเองเดินมีเลือดไหลนองพื้นตลอดทางและส่วนตัวก็เริ่มรู้สึกหน้ามืด

ส่วนตัวยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาหรือเรื่องทะเลาะผิดใจกันกับกลุ่มใดมาก่อนขณะที่ตนเองเรียนอยู่สองปีที่สถาบันอาชีวะก็ไม่เคยมีปัญหาตีกันกับใครก่อนจะมีการพักการเรียนมาเพราะมาทำงาน จึงไม่ทราบว่าทางคู่กรณีเหตุใดถึงมาก่อเหตุรุนแรงแบบนี้กับตนเองและรุ่นน้องซึ่งรุ่นน้องของตนเองก็เป็นเพียงเด็กมัธยมพี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยและยังอยู่ในชุดนักเรียนมัธยม พร้อมยอมรับว่าส่วนตัวก็รู้สึกโกรธที่ กลุ่มผู้ก่อเหตุมาทำร้ายตนเองและรุ่นน้องจึงอยากถามว่าเหตุใดต้องมาใช้ความรุนแรงกับกลุ่มตนเองขนาดนี้ทั้งทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะหากรู้จักกันเหตุใดถึงต้องถามว่าตนเองเรียนที่สถาบันใด

ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุตนเองมั่นใจว่าเป็นนักเรียนอาชีวะอย่างแน่นอนเนื่องจากว่าการแต่งกาย เป็นลักษณะการแต่งกายของเด็กอาชีวะแต่ไม่ทราบว่าสถาบันใดรวมถึงตนเองก็ไม่เห็นหน้าผู้ก่อเหตุทั้ 6 คนเพราะทุกคนสวมใส่หมวกกันน็อคเต็มใบมีชิวบังลมสีดำทำให้ไม่เห็นใบหน้าของผู้ก่อเหตุ

ขณะที่นายเอกชัย สืบสาย พ่อของน้องเจล ระบุว่า หลังจากที่ตนเองทราบเรื่องก็ได้มีการเดินทางไปที่โรงพยาบาลเมื่อพบเห็นลูกชายก็เห็นว่าอยู่ในสภาพบาดเจ็บค่อนข้างสาหัสซึ่งพฤติกรรมการก่อเหตุถือว่ารุนแรงโหดร้ายจงใจเอาชีวิตทั้งทั้งที่ลูกชายตนเองก็ไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุและไม่ได้เป็นเด็กที่ยังคงเรียนอยู่ในสถาบันอาชีวะรวมถึง ลูกชายตนเองก็ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทแบบนี้มาก่อนขณะที่เรียนอยู่ แม้ว่าลูกชายอาจจะดูเกเรบ้างแต่ก็ไม่เคยทำใครก่อน จึงอยากขอให้ สื่อมวลชนและเพจ สายไหมต้องรอดช่วยเร่งรัด ติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด และอยากให้ทางกลุ่มผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุดูแลบุตรหลานตนเองให้ดีไม่ให้มาก่อเหตุกับบุคคลอื่นอีก และหากรู้ว่าบุตรหลานตนเองเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้อยากให้รีบนำผู้ก่อเหตุมามอบตัวเพื่อรับโทษกับสิ่งที่ทำเร็วที่สุด

ในเวลาต่อมาเพจสายไหมต้องรอดมีการส่งรถพยาบาลมาช่วยเหลือเคลื่อนย้าย ตัวน้องเจลไปทำการตรวจรักษาเพิ่มเติมอีกครั้งที่โรงพยาบาลภูมิพลหลังจากที่ในวันนี้แพทย์มีการนัดให้เข้าไปดำเนินการตรวจรักษาอีกครั้ง เพราะวานนี้ไม่สามารถให้ผู้ป่วยแอดมิดเข้าเป็นผู้ป่วยในได้เนื่องจากสถานที่ของโรงพยาบาลอยู่ระหว่างการก่อสร้า งและเมื่อเสร็จสิ้นการพบแพทย์แล้ว ทางครอบครัวจะเดินทางไปที่ สน. สายไหม ในช่วงบ่ายเพื่อนำเอกสารของทางแพทย์ไปแสดงกับพนักงานสอบสวน อีกครั้ง

ขณะที่ยังมีรายงานว่าในส่วนของกลุ่มผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นกลุ่มนักเรียนอาชีวะของสถาบันแห่งหนึ่งย่านลำลูกกาขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างการติดตามตัว

Total
0
Shares
Previous Article

ผช.ต่อศักดิ์ ส่งตำรวจทางหลวง ร่วมจิตอาสา อำเภอวังน้ำเขียว เข้าช่วยเหลือครอบครัว แม่ลูก ถูกน้ำป่าซัดรอดชีวิตหวุดหวิด พร้อมมอบถุงยังชีพเยี่ยวยา ช่วยเหลือ

Next Article

ประกอบอาชีพ “สร้างชีวิต” อย่างยั่งยืน แก่ครัวเรือนยากจนจังหวัดเชียงใหม่

Related Posts