Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

รองผบช.น.ย้ำเหตุสกัดยิงแก๊งค์โอรสบนถนนเพชรเกษมย่านบางแค เป็นไปตามยุทธวิธี 

รองผบช.น.ย้ำเหตุสกัดยิงแก๊งค์โอรสบนถนนเพชรเกษมย่านบางแค เป็นไปตามยุทธวิธี 

16:30 น. พล ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น.แถลงถึงกรณี ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ทำการปิดล้อมจับกุม ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด บริเวณ ถนนเพชรเกษม แยกเดอะมอลล์บางแค ในช่วงเย็นวานที่ผ่านมา จนเกิดเหตุปะทะยิงกันสนั่นเมือง และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รถประชาชนซึ่งสัญจรอยู่บนถนนเพชรเกษมได้รับความเสียหาย 5 คัน ซึ่งภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีกล้องหน้ารถของประชาขนสามารถบันทึกภาพไว้ได้ และแพร่หลาอยู่ในโซเชียลมีเดียทันที หลังปฏิบัติการดังกล่าวจบสิ้นลง

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากกรณีที่ ฝ่ายสืบสวนสนกองบังคับการตำรวจนครบาล7 ขยายผล จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด ของ สน ศาลาแดง ซึ่งจับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และผู้ต้องหาก็ซักทอดไปยัง กลุ่มผู้ต้องหาอีก 3 คน คือ นายชนทัต (ชะ-นะ-ทัด)/ นายวินิต และนายประพัฒน์ ต่อมาตำรวจได้เฝ้าสังเกตุพฤติกรรมของทั้งสามเรื่อยมาจนกระทั่งพบข้อมูลชัดเจนว่าทั้งสามคนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด จึงขออนุญาติหมายจับในข้อหาสมคบกันเกี่ยวกับยาเสพติด และ ขอหมายค้นเข้าทำการตรวจค้น เป้าหมาย รวม 4 จุด บริเวณเขตพื้นที่ สน.หลักสอง 1 จุด /สน.บางเสาธง 1 จุด และบางกรวย นนทบุรีอีก 2 จุด โดยในระหว่างที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านพุทธมณฑล ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวินิตและนายประพัฒน์ ได้ ขณะที่นายชนทัต หัวโจกใหญ่ไหวตัวหลบหนีขึ้นรถฮอนด้าHRV ขับหลบหนีเข้าถนนเพชรเกษม ซึ่งตำรวจที่ปักหลักอยู่ประมาณ 10 นายจำเป็นต้องแสดงตัว เพื่อดำเนินการจับกุม แต่ผู้ต้องหากลับขับรถชนตำรวจปละขับรถชนรถประชาชนเพื่อเปิดทางหลบหนีการจับกุม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องใช้มาตรการสกัดกั้นการหลบหนีและป้องกันการสูญเสีย ของประชาชนบนท้องถนน ตำรวจจึงยิงล้อรถของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ยังขับรถฝ่าวงล้อมไปได้

หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ขับรถไปจอดทิ้งไว้ ที่ลานจอดรถศรีเวช เขตภาษีเจริญ เบื้องต้นจากแนวทางการสืบสวนเชื่อได้ว่า นายชนทัตยังคงกบดานในพื้นที่ กทม. จากการสอบประวัติพบว่าผู้ต้อวหาทั้ง 3 คนถือเป็นตัวการของขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ และเป็นสมาชิกระดับหัวของแก๊งค์โอรส ที่ผ่านมาผู้ต้องหา ไม่เคยแตะต้องยาเสพติดทำหน้าที่ควบคุมสั่งการเท่านั้น

อย่าวไรก็ตามระหว่างเข้าค้นบ้านพักทั้ง 4 จุดพบยาเสพติด เป็น ยาไอซ์ 17 กิโลกรัม ยาอีผง 18 กรัม อีเม็ด 235 เม็ด ยาไฟฟ์ไฟล์ และแฮปปี้วอเตอร์อีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ทั้งสามคนยังมีประวัติยาเสพติดยาวเป็นหางว่าว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชาของแสดงความเสียใจกับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจเพราะหากตำรวจไม่ตัดสินใจลงมีดังกล่าวอาจเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ก็เป็นได้ พร้อมยืนยันว่าตำรวจได้รวบรวมความเสียหายของประชาชนไว้ในสำนวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายชนทัตและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งให้ผู้เสียหาย ยืนยันตำรวจจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์นี้ความเสียหายไม่ได้เกิดจากการกระทำขอวตำรวจแต่เป็นการกระทำขอวผู้ต้องหา อยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจด้วย พร้อมฝากถึงนายชนทัตว่า หากดูข่าวอยู่ให้จดจำหน้าตนและพ.ต.อ. เจษฎา สวยสม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ไว้ให้ดี ถ้าเจอตำรวจแล้วใช้อาวุธตำรวจก็จะพิจารณา ดำเนินการตามขั้นตอนซึ่ง ตนยอมรับว่าเป็นห่วงเพราะฉะนั้น ให้แสดงตัวหรือมอบตัวจะดีกว่า พร้อมย้ำว่า เป็นห่วงจริงๆ

 

////

Total
0
Shares
Previous Article

มูลนิธิตำรวจไทย-นานาชาติ มอบรางวัลตำรวจดีเด่น องค์กรทำเพื่อสังคม ประจำปี 65

Next Article

บช.น.เผย จันทร์นี้เปิดตู้เซฟขุมทรัพย์ผับลับจิงหลิง 5 ตู้เชื่อมีทรัพย์สิน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมากอยู่ภายในตู้

Related Posts

บก.สปพ.เปิดโครงการฝึกอบรมการพัฒนาบุคลิกภาพและการสื่อสารอย่างมืออาชีพ