Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางมายื่นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการธุรกิจทุนจีนสีเทา


นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางมาพบ พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อยื่นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการธุรกิจทุนจีนสีเทา

นายชูวิทย์ กล่าวว่า ข้อมูลที่นำมายื่นให้กับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ นายตู้ห่าว ว่ามีอิทธิพลสูงมาก โดยมีความพัวพันไปถึงทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง ซึ่งตนจะไม่พาดพิงเยอะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ

แต่ตนมีข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการหลบหนีของ นายตู้ห่าว ว่าได้รับการช่วยเหลือ โดยในวันที่ 26 ตุลาคม นายตู้ห่าว ได้หลบหนีโดยใช้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ที่ได้ซื้อมาจากนักการเมืองใหญ่ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเดิมนั้น ที่ท้ายเครื่องบิน จะเขียนว่า HS-PSL แต่เครื่องบินของนายตู้ห่าว ได้นำมาเปลี่ยนชื่อเป็น HS-HAO ซึ่งคือชื่อของตัวเอง

ทั้งนี้ ปกติแล้ว สถานที่จอดเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว จะมีอยู่แค่ 2 ที่ คือ ของบริษัทเอกชน Mjets และที่ AOT แต่เครื่องบินลำนี้ของนายตู้ห่าว กลับได้จอดอยู่ที่ศูนย์ฝึกการบินพลเรือน 604 หรือ Sunny 604 ซึ่งเป็นที่ที่ดาราและเซเลปมักจะไปฝึกบิน โดยเครื่องบินที่จะสามารถจอดอยู่ที่นี่ได้ จะต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น แต่นายตู้ห่าวไม่ได้เป็นสมาชิก จึงน่าสงสัยว่าใช้อิทธิพลของใครในการนำเครื่องบินไปจอด ซึ่งตนมีข้อมูลทั้งหมดแล้วแต่ยังไม่ขอพูดพาดพิง

นอกจากนี้ เครื่องบินลำนี้ยังเป็นเครื่องบินที่ล่องหนได้ คือ ไม่มีเส้นทางการบินปรากฏอยู่ในตารางการบิน ซึ่งตามปกติแล้ว เครื่องบินทุกลำจะต้องมีการบันทึกการบินเอาไว้ แต่ข้อมูลการบินของเครื่องบินลำนี้กลับหายไป และตอนนี้ก็ไม่ได้จอดอยู่ที่สถานที่ดังกล่าว โดยตนมีข้อมูลว่าในวันที่ 26 ตุลาคม มีการเรียกใช้เครื่องบินลำนี้ โดยที่ไม่ได้แจ้งไว้ในตารางการบินล่วงหน้า เปรียบเหมือนการเรียกแท็กซี่

ด้านพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลที่รับในวันนี้ จะนำไปขยายผลต่อ โดยยืนยันว่า เรื่องนี้ตำรวจยังไม่หยุดทำ แต่ช่วงนี้ยังติดภารกิจการประชุมเอเปค 2022 ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการขยายผลต่อแน่นอน และข้อมูลที่ได้รับจากนายชูวิทย์ หากตรวจสอบแล้วมีมูล ก็จะขยายผลต่อ ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องทำกันอีกยาว เพราะเป็นเรื่องระดับประเทศ และทางการจีนเองก็ให้ความสำคัญและได้รับความร่วมมือจากทางสถานทูตเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ยังบอกเพิ่มเติมด้วยว่า ในสัปดาห์หน้า ตนจะเดินหน้า จองเวรจองกรรม โดยจะเดินหน้าชดใช้กรรมเก่าของตนเองด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความจริง เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน เวลา 10 นาฬิกา จะเดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม , วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 9 นาฬิกา จะเดินทางไปที่ศาลอาญา และวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถือเป็นไฮไลท์สำคัญ โดยจะเดินทางไปที่รัฐสภาเพื่อเปิดเผยขบวนการทั้งหมด รวมถึงตัวการสนับสนุนด้วยและยืนยันว่าตนเป็นคนจริง ไม่พูดปากเปล่าแน่นอน ส่วนในแต่ละวันจะไปทำอะไรบ้างนั้น ขอให้รอติดตาม

ทั้งนี้ ฝากถึงพวกอสรพิษ ที่คิดจะล้มตนว่า ขอให้มาเจอกับตนจริงๆ วันนี้ตนมาทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้คิดจะเล่นการเมืองหรือหาผลประโยชน์อะไร หากมีสัมภเวสีมา ตนก็ต้องสู้ ยืนยันว่าไม่กลัว ตนแจ้งกำหนดการชัดเจนแล้ว สามารถที่จะตามไปได้

ส่วนการแจ้งหมายล่วงหน้านั้น กังวลหรือไม่ว่านายสันธนะ จะทราบแล้วตามไปพบ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้จักกับนายสันธนะ และไม่ได้ให้เครดิต ดังนั้น อยากจะพูดอะไรก็ให้พูดไป แต่ถ้าได้เจอกัน ตนก็จะเข้าไปหา และขอให้รอดูในวันพุธที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ว่าตนเองมีอะไรจะเปิดเผย และการที่นายสันธนะ เอาเอกสารต่างๆ ออกมาแถลงข่าว ตนก็ขอถามกลับว่า นายสันธนะ จะไปตรวจสอบใครได้ ทั้งที่ตัวเองเป็นตำรวจที่ถูกไล่ออก ถูกถอดยศ พร้อมฝากว่า เมื่อเปิดหน้าชนกันแล้วก็ขอให้ไปให้สุดทาง นายสันธนะยังรู้จักตนน้อยไป แต่ถ้าคิดว่ารู้จักกันมากพอแล้ว ก็ขอให้รอดูลีลาว่าใครจะเด็ดกว่า และย้ำว่าเรื่องนี้เป็นหนังชีวิต ตนเล่นแล้ว เล่นไม่เลิก

Total
0
Shares
Previous Article

กลุ่มผู้ชุมนุมภายใต้ชื่อ "WHAT HAPPENED IN THAILAND" รวมตัวตั้งขบวนยื่นหนังสือถึงผู้นำเอเปค ด้

Next Article

ได้ใจผู้ปฏิบัติ..!!!กอร.รป.จร"สั่งปรับปรุง คุณภาพอาหาร

Related Posts

เลขาฯ รมว. ยุติธรรม รับเรื่องจากแม่น้องโชค นักเรียนชั้น ม.๓ ที่ถูกปืนลั่นใส่เสียชีวิต และ “เพจสายไหมต้องรอด” นำคุณตาน้องฟลุ๊ค ยื่นเรื่องคุ้มครองพยาน และผู้เสียหายกรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุกคามและพยายามล่วงละเมิดทางเพศ