Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทำคดีนายตู้ห่าวและการเปิดหลักฐานเพิ่มเติมวานนี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่ สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทำคดีนายตู้ห่าวและการเปิดหลักฐานเพิ่มเติมวานนี้ ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ว่า สำหรับข้อมูลของนายชูวิทย์ ทั้งเรื่องการสัญญาการซื้อขายที่ดินดีวาลักส์ รีสอร์ท แอนด์ สปา มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท และเส้นทางการเงินของนางพัชรินทร์ รวมถึงบ้านพัก ออฟฟิศของนางพัชรินทร์ เรากำลังไล่ติดตามดู อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอังคารที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าค้นทั้งเรื่องทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง อาคาร รถยนต์ เจ้าหน้าที่ได้ยึดอายัดส่งให้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ไปแล้ว โดยเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้ขั้นตอนคือกำลังไล่ติดตามค้นหาเงินสด เพราะบัญชีนายตู้ห่าวเหลือแค่หลักแสนบาท มันเป็นไปไม่ได้ในฐานะนักธุรกิจแบบนั้น ตนมองว่าเงินไม่ถูกกฎหมายเหล่านี้ มันไม่ถูกนำเข้าระบบ แสดงว่าเงินเหล่านี้ต้องถูกฝากไว้คนที่นายตู้ห่าวไว้ใจ หรืออาจอยู่กับคนใกล้ตัว เช่น นางพัชรินทร์ หรือนางสุชาดา หรือไม่ก็อดีตนายตำรวจระดับสารวัตรคนหนึ่ง ทั้งนี้ สำหรับกรณีของนางพัชรินทร์ ตนยังไม่อยากพูดก่อนว่าเธอเป็นนอมินีของนายตู้ห่าว เพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำก่อน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังยืนยันว่า ทั้ง 3 ราย ยังอยู่ที่ภาคกลาง และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัว โดยกรณีของนางพัชรินทร์ ตนจะสอบถามแน่นอนในทุกมิติทุกประเด็นให้สิ้นกระแส แต่ประเด็นข้อถามในเชิงลึก ที่จะใช้ถาม จะขอสงวนไว้เป็นส่วนของสำนวนคดีไว้ก่อน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้การสืบสวนดำเนินไปแล้ว 90% ส่วนการสอบสวนดำเนินการไปแล้ว 50% ดังนั้นต้องทำให้การสอบสวนเดินหน้าใกล้เคียงกับการสืบสวน แต่การจะนำเอาหลักฐานต่างๆเข้าสู่สำนวนนั้น ก็เพื่อทำให้ผู้ต้องหาได้รับโทษในชั้นศาล ยืนยันว่าเราทำสำนวนอย่างละเอียดรอบคอบ ทำทุกวัน และคาดว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นได้ในเดือนมกราคม พ.ศ.2566 ตอนนี้เหลือแค่ต้องติดตามตัวนางพัชรินทร์และพวกรวม 3 รายมาสอบปากคำให้ได้ โดยเฉพาะนางพัชรินทร์ ที่มีความใกล้ชิดกับนายตู้ห่าวมากที่สุด อีกทั้งยังต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เรื่องหลักฐานบนเครื่องบินว่ามีการใช้สารเสพติดจริงหรือไม่ตามที่สุนัข K9 ได้มีขั้นตอนตรวจเจอ ซึ่งหากได้รับผลการตรวจสอบมาแล้ว ก็จะนำไปสู่การนำพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวน โดยหากผลออกมาว่าเป็นสารเสพติด หรือเรื่องลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ ก็จะสามารถบ่งชี้ได้ว่าใครนั่งอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว และแม้จะนำไปสู่การแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดไม่ได้โดยตรง เพราะไม่รู้ได้ว่าใครเสพ แต่พยานหลักฐานจะบ่งชี้ได้บุคคลนั้นๆมีความเชื่อมโยงว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติดได้

สำหรับประเด็นที่มีสถานศึกษารับคนจีนเป็นนักเรียน เพื่อเอื้อการทำวีซ่านักเรียนนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า คาดว่าจะตรวจสอบครบหมดในวันพรุ่งนี้หรือไม่ก็มะรืนนี้ แต่กำลังไล่ตรวจสอบอยู่ โดยในส่วนของการดำเนินคดี ถ้าเราได้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็จะต้องดำเนินคดีกับสถานศึกษาด้วย ส่วนระดับผู้บริหารในสถาบันการศึกษาต่างๆที่ร่วมทำเอ็มโอยู (MOU) กับกลุ่มทุนจีนเหล่านี้ หากพยานหลักฐานบ่งชี้ไปถึงว่ามีการร่วมมือกัน หรือผู้บริหารสถานศึกษาของไทยรู้อยู่แล้วว่าคนจีนเหล่านี้เข้ามาคงไม่ได้เรียนแน่นอน ตรงนี้เราดำเนินคดีหมด ถือว่ามีความผิดด้วย ถือว่าเป็นผู้สมคบและร่วมกันกระทำความผิด

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังระบุถึงกรณีกลุ่มทุนจีนไล่กว้านซื้อหมู่บ้านหรูเกือบยกโครงการ ว่า ต้องยอมรับว่าขบวนการการซื้อรถ ซื้อบ้านหรูตามโครงการนั้น พวกเขาซื้อยกโหล ซื้อรถทีเป็นโหล ดังนั้น เงินที่นำเข้ามาซื้อ เป็นเงินผิดกฎหมาย นำเข้ามาแล้วก็ก่อให้เกิดผลเสียกับประเทศไทย อย่างไรเรื่องนี้จะอยู่ในสำนวนที่ต้องสอบสวนแน่นอน

ส่วนกรณีของนายโทนี่ หรือนายเฉินเจ้าฮุ้ย เจ้าของร้าน Spaceplus Bangkok ที่ตอนนี้ได้รับการประกันตัวไปแล้วนั้นพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะติดตามเรื่องการได้มาของวีซ่าของนายโทนี่ ว่าได้มาอย่างไร คาดว่าจะมีการดำเนินคดีแจ้งข้อหาเพิ่ม และถ้านายโทนี่ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มจากความผิดฐานเดิม ถึงตอนนั้นคงต้องเข้าห้องกักและจะไม่ได้รับการประกันตัว เพราะอัตราโทษจะสูงขึ้น เนื่องจากข้อหาการเป็นนอมินีตอนนี้ก็มีอัตราโทษสูง 3 ปีแล้ว

กรณีของนายหลินหลงที่แต่งกายเลียนแบบทหารยศพันเอกนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นายหลินหลงยังหนีอยู่ในประเทศไทย ส่วนพฤติกรรมที่ทำนั้น นายหลินหลงกระทำคล้ายนายโทนี่ นายตู้ห่าว โดยนายหลินหลงรายนี้มีการแต่งเครื่องแบบพันเอกแล้วถ่ายรูป ไปหลอกล่อคนจีน เพื่อที่เวลาจะเข้าไทย หรือหอบเงินผิดกฎหมายมา คนจีนเหล่านี้ต้องมาหานายหลินหลงก่อน เพราะนายหลินหลงวางตัวเป็นเจ้าพ่อ ทำให้คนจีนมองว่ายิ่งใหญ่จริง มีเส้นสาย ใช้เงินซื้อตำแหน่งได้ พอคนจีนหลงเชื่อ ตัดสินใจเดินทางมา นายหลินหลงก็จะเก็บรายหัว และจะบอกวิธีการเอาวีซ่าว่าจะสามารถอยู่ต่อในประเทศไทยอย่างไร ก็คือการใช้ชื่อไปเข้าโรงเรียนเพื่อขอวีซ่าเป็นนักเรียน อย่างไรก็ตาม การติดตามตัวนายหลินหลง เจ้าหน้าที่ขอเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ คาดว่าได้ตัวมาแน่

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวว่า การดำเนินคดีที่สำคัญคือการดำเนินคดีกับเหล่าเจ้าหน้าที่ ตม. เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บริหารสถาบันศึกษา เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนนำพาเอาคนจีนเข้าประเทศไทยและรู้เห็นการออกวีซ่านักเรียนให้กลุ่มคนจีนเหล่านี้อยู่ในราชอาณาจักรไทยในระยะยาว จึงถึงเวลากวาดบ้านแล้ว มิเช่นนั้น จะเป็นภาระกับสถานีโรงพักในพื้นที่ ทั้งๆที่ด่านหน้าสำคัญควรเป็นเจ้าหน้าที่ ตม. สุดท้ายแล้วมันไม่ได้จบที่คนจีน แต่จบที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยที่คอยให้ความช่วยเหลือทุนจีนสีเทาเหล่านี้ต่างหาก.

Total
0
Shares
Previous Article

“ปวีณา” พาหญิงสาว 3 ราย เหยื่อถูกหลอกไปค้าประเวณีที่เมืองล๊อกกิ่ง ประเทศเมียนมา เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์<br>หักพาล รอง ผบ.ตร.

Next Article

สืบนครบาลรวบเน็ตไอดอลชื่อดัง หลอกลงทุนทองคำผู้เสียหายทั่วประเทศ

Related Posts