Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

สายไหมต้องรอด พา ผสห.ร้อง ปอศ. ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนธุรกิจ โฆษณาโปรโมทและรีวิวแอป พลิเคชั่น ทุกประเภท ผ่านออนไลน์

สายไหมต้องรอด พา ผสห. ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนธุรกิจ โฆษณาโปรโมทและรีวิวแอป
พลิเคชั่น ทุกประเภท ผ่านออนไลน์ เข้าแจ้งความร้องปอศ.

 

วันนี้ (25 ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นาย เอกภพ เหลืองประเสร็จ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พากลุ่มตัวแทนผู้เสียหายกว่า 10 คน จากผู้เสียหายทั่วประเทศหลายพันรายที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนธุรกิจ โฆษณาโปรโมทและรีวิวแอป
พลิเคชั่น ทุกประเภท ผ่านออนไลน์ จาก บริษัท เจเย็น ริช กรุ๊ป เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กก.4 บก.ปอศ.

โดย นายเอกภพ กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายกว่า 1000 คนที่รวบรวมรายชื่อมาในวันนี้เป็นเพียงบางส่วนและคาดว่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้ที่ถูกหลอกให้ลงทุนโดยเฉพาะการขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ซึ่งตอนนี้มีการหลอกลวงเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากรวมมูลค่าความเสียหายรวม 1,000 ล้านบาท จึงอยากขอให้ตำรวจสอบสวนและติดตามบริษัทที่หลอกลวงประชาชนนำมบลงโทษตามกฏหมายก่อนที่จะไปหลวงลวงประชาชนต่อ

ทั้งนี้ ตัวแทนผู้เสียหายรายแรก เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสองอาทิตย์ ที่ผ่านมาตนได้ร่วมลงทุนเงินไป 1 แสนบาท โดยเริ่มจากไปเห็น โฆษณาใน Facebook บอกว่าทำงานง่ายที่บ้านสามารถรับเงินแสน ก็เลยกดเข้าไปดู จากนั้นก็มีข้อความทักมาหาพร้อมลงรายละเอียดงานที่จะทำ ตนเองคิดว่าเป็นงานง่ายๆ ไม่ต้องลงแรงอะไรมบก แค่ลงทุนเงิน ก็ได้กำไรแล้ว เลยโอนเงินลงทุนไป1แสนบาท
จากนั้นก็เริ่มทำงานโดยตนเองอยู่ในระดับVIP7 หบกกดเข้าไปชมและรีวิวสินค้าทางยูทูปก็จะได้เงิน ครั้งละ33บาท มีรายได้สูงสุดวันละเกือบ2,000บาท และต่อเดือนก็ได้เงินเกือบ60,000บาท แต่ล่าสุดเมื่อวันที่21จะเข้าไปถอนเงินในบัญชีแต่กลับถอนไม่ได้ จากนั้นมีข้อความแจ้งส่งมาในกลุ่มอ้างว่าถูกยูทูปยกเลิกสัญญาทำให้ไม่สามารถเบิก ถอนเงินในระบบได้ พร้อมกับมีข้อความระบุอีกว่าห้ามไม่ให้สทาชิกไปแจ้งความหรือเผยแพร่ไม่อย่างนั้นจะไม่จ่ายเงินให้ ผ่านมาหลายวันก็เงียบ จนสมาชิกในกลุ่มออกมารวมตัวกันถึงรู้ว่ามีคนถูกหลอกเป็นจำนวนมาก

ส่วนผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทJN จะได้ย้ายช่องทางในการโฆษณาปิดจาก Facebook ไปใช้ช่องทางของ Instagram แทนซึ่งคิดว่ายังมีประชาชนอีกหลายคนถูกหลอกเหมือนกลุ่มของตนเองจึงอยากเตือนและอยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวของเจ้าของมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

Total
0
Shares
Previous Article

บุกจับสถานบันเทิงจังหวัดศรีสะเกษ<br>พบเด็กต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ

Next Article

หนุ่มใหญ่ควบบิ๊กไบค์ฝ่ารถติดชนรถคู่กรณี5คันรวดก่อนเสียหลักชนราวกั้นสะพานพระปกเกล้าดับสลด

Related Posts

นายกฯ บินด่วนติดตามสถานการณ์เหตุจ่าปืนโหดกราดยิงกลางเมืองโคราช

บช.น.ดึงมวลชนแฟลตดินแดงเข้าร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่และช่วยส่งข้อมูลให้กับตำรวจ ยืนยันไม่ได้เป็นการจัดมวลชนชนมวลชน