Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

ป.ป.ส. รุกหนัก จับอีก ลักลอบส่งยาเสพติดผ่านพัสดุ
เลขา ป.ป.ส. สั่งยกระดับสกัดกั้นโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ

ป.ป.ส. รุกหนัก จับอีก ลักลอบส่งยาเสพติดผ่านพัสดุ
เลขา ป.ป.ส. สั่งยกระดับสกัดกั้นโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เผย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฏร์ธานี สภ.ทับปุด จ.พังงา และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รุกต่อเนื่อง จับกุมกลุ่มลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งพัสดุอีก โดยตรวจยึดยาบ้า 9 กล่อง เตรียมส่งภาคใต้ ก่อนขยายผลดักจับกุมผู้รับพัสดุ 2 จุด ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ พังงา จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่มารับพัสดุ 1 ราย ออกหมายจับอีก 3 ราย รวมยึดยาบ้า 24,762 เม็ด

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2566 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดยาบ้าในกล่องพัสดุ 9 กล่อง รวมจำนวนยาบ้า 3,562 เม็ด ที่บริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

จากการสืบสวนขยายผลทราบผู้นำพัสดุซุกซ่อนยาบ้ามาส่ง จำนวน 2 คน โดยทั้งสองมีพฤติการณ์จัดส่งยาบ้าอำพรางกับสินค้าออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงยึดยาบ้าทั้งหมด และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับบุคคลทั้งสอง จากนั้นตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองได้จัดส่งยาบ้าบางส่วนผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ไปแล้ว จำนวน 2 กล่อง มีปลายทางอยู่ที่ จ.สุราษฏร์ธานีและ จ.พังงา จึงได้ประสานไปยังสำนักปราบปรามยาเสพติดภาคใต้ และ ปปส.ภ.8 เพื่อสืบสวนจับกุมกลุ่มขบวนการในพื้นที่
จนเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังใน จุดรับพัสดุ 2 จุด คือจุดที่ 1 พื้นที่ ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี และจุดที่ 2 พื้นที่ ต.ทับปุด อ.ทับปุด จ.พังงา โดยในจุดที่ 1 ที่ จ.สุราษฏร์ธานี สามารถจับกุมนายอภิวัฒน์ ชื่นสุวรรณ อายุ 32 ปี นักค้ายาเสพติดในพื้นที่ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 6,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในพัสดุไปรษณีย์ จำนวน 3 กล่อง นำตัวนายอภิวัฒน์ฯ ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในห้องน้ำอีก จำนวน 1,200 เม็ด และไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจยึดเงินสดและทองคำจำนวนหนึ่งของผู้ต้องหาไว้เพื่อทำการตรวจสอบ พร้อมซักถามขยายผลเครือข่ายและทรัพย์สินของผู้ต้องหารวมถึงของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อทำการยึดและอายัดอย่างเร่งด่วนต่อไป
ในจุดที่ 2 จ.พังงา นักค้ายาเสพติดที่จะมารับแต่เกิดไหวตัวทัน จึงไม่มารับพัสดุ และหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงทำการเปิดกล่องพัสดุดังกล่าว พบยาบ้า จำนวน 14,000 เม็ด อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวน และพยานหลักฐานที่ปรากฏ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวนักค้ายาที่จะมารับยาเสพติดได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเข้าทำการปิดล้อมจับกุม ยึดทรัพย์ต่อไป

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวอีกว่า การตรวจยึดจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นนโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ยกระดับการสกัดกั้นการส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งทั้งภายในและต่างประเทศ ทำให้มีผลการจับกุมอย่างต่อเนื่อง โดยผลการสกัดกั้นจับกุมคดีส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ในประเทศระหว่างเดือน ต.ค.65 – ม.ค.66 จำนวน 15 คดี ของกลาง ยาบ้า 2,472,773 เม็ด ไอซ์ 6.23 กก. คีตามีน 13.9 กก. ขณะที่ผลการสกัดกั้นจับกุมคดีส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ไปต่างประเทศ ผ่านโครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force หรือ SITF) และ โครงการเครือข่ายหน่วยงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ ท่าอากาศยานสากล ในอาเซียน (ASEAN Airport Interdiction Task Force หรือ AITF) 61 คดี ของกลาง ยาบ้า 13,500 เม็ด เฮโรอีน 116 กก. ไอซ์ 142 กก. ยาอี 85,150 เม็ด โคเคน 8 กก.

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้เตือนไปถึง ผู้ที่ลักลอบรับส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งพัสดุว่า หลักฐานการรับส่งพัสดุจะถูกเก็บบันทึก สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ฉะนั้นอย่าคิดว่ารับ-ส่งสำเร็จแล้วจะรอด หากจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ เจ้าหน้าที่จะขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องย้อนหลัง หากพบมีความเกี่ยวข้องเช่นเป็นผู้ส่ง จะถูกแจ้งการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษ อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ในกรณีให้ใช้ชื่อ-นามสกุล ในการรับส่งยาเสพติดผ่านพัสดุ แม้ไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดก็มีสิทธิจะถูกแจ้งข้อหาความผิดฐานสมคบกันฯเพื่อกระทำการความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดฯ และขอเตือนถึงสถานประกอบการรับส่งพัสดุไม่ว่าจะเป็นจุดใหญ่จุดย่อย ให้มีการตรวจสอบชื่อผู้ส่งให้รอบคอบ เพราะบางครั้งพบชื่อผู้ส่งเป็นชื่อปลอมหรือมีการให้ผู้อื่นมาส่งแทน แม้สามารถตรวจสอบในช่องทางอื่นได้แต่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเพิ่มขึ้น โดยหากพบกรณีเช่นนี้สถานประกอบการขนส่งจะถูกปรับ และหากยังกระทำผิดซ้ำก็จะพิจารณาโทษทางอาญา หรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป

Total
0
Shares
Previous Article

บิ๊กล็อต!‘ตม.ประจวบฯ’สกัดจับแรงงานเถื่อนหนีเข้าเมือง แฉจ่ายค่าหัวนับหมื่น

Next Article

ตำรวจ สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้น “กองสลากพลัส”

Related Posts