ข่าวด่วนทันเหตุการณ์ ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวร้อน ประเด็นเด็ด ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด ข่าวเด่น เพิ่มเติม ข่าวไฮไลท์ ข่าวไฮไลท์ ขวา ภูมิภาค อาชญากรรม

คุม5โจ๋แหกคุกเรือนจำชั่วคราวส่งห้องขัง สภ.สามควายเผือกโดนข้อหาหนัก ส่วนอีก4 รายอยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามตัว

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.วันที่12 ธ.ค.ที่สถานีตำรวจภูธรสามความเผือก พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ  ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม และพล.ต.ต.วิสิทธิ์ ศิริสหวัฒน์ ผบก.ศพฐ.7, พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผบช.เรือนจำกลางนครปฐม ,พ.ต.อ.สธนทัต  ตั้งสิทธิ์เสรีวงศ์ รอง​ ผบก.ภ.จว.นครปฐ, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม ,พ.ต.อ.ต่อวงศ์  พิทักษ์โกศล ผกก.ปพ.ภ.7,พ.ต.อ.ศุภชัย ไตรสมบูรณ์ นวท.(สบ.5) ศพฐ.7, พ.ต.อ.นฤพนธ์  วานิชนุเคราะห์ ผกก.สภ.สามควายเผือก, พ.ท.คชธร สารีทอง ผู้บังคับกองเรือนจำ มทบ.11 ร่วมกันประชุมเร่งรัด ติดตามความคืบหน้าของคดี “ผู้ต้องขังหลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวทุ่งน้อย (มทบ.11) ต.ทุ่งน้อย อ.เมือง นครปฐม ซึ่งเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่ ที่ถูกแยกกักตัวตามมาตราป้องกันโรคโควิด 19 หลบหนีไปจากเรือนนอนชาย(พลเรือน) จำนวน 9 คน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2564 เวลาประมาณ 02.30 น.

เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว ผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน5 คน โดยมี 1.นายวัชระ มะโนมั่น อายุ 28 ปี หมายจับเลขที่ จ.353/2564
2.นายเอกราช แป้งกลั่น อายุ 18 ปี หมายจับเลขที่ จ.349/2564
3.นายวีรเชษฐ์ เทพชู
อายุ 28 ปี หมายจับเลขที่ จ.354/2564
4.นายนัถกร มาตรวังแสง
อายุ 24 ปี หมายจับเลขที่ จ.348/2564
5.นายไพฑูรย์ มีคลองแบ่ง
อายุ 36 ปี หมายจับเลขที่ จ.351/2564
จับกุมได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ใบเลื่อย จำนวน 1 อัน ( 2 ชิ้น )ตรวจยึดได้บริเวณใกล้กับห้องน้ำภายในที่เกิดเหตุจำนวน 1 ชิ้น และ พบเจออยู่ในกระเป๋าเสื้อของผู้ต้องขังที่นำไปวางไว้บนลวดหนามหีบเพลง ใกล้กับกำแพงที่ผู้ต้องขังปีนหลบหนีไป จำนวน 1 ชิ้น
2.เสื้อสีฟ้าของผู้ต้องขัง จำนวน 1 ชิ้น ตรวจยึดได้บนกำแพงห้องน้ำภายในที่เกิดเหตุ
3.เสื้อสีฟ้าของผู้ต้องขัง จำนวน 1ชิ้น ที่ภายในพบบัตรประชาชนนายพาณิช บัวศร ตรวจยึดได้บริเวณบนลวดหนามหีบเพลงที่อยู่ใกล้กับกำแพงที่ผู้ต้องขังปีนหลบหนีไป
4.เศษผ้าห่มและผ้าเช็ดตัว จำนวน 1 ถุงซึ่งตรวจยึดได้บริเวณบนลวดหนามหีบเพลงที่อยู่ใกล้กับกำแพงที่ผู้ต้องขังปีนหลบหนีไป

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่11 ธันวาคม เวลาประมาณ 02.30 น. พ.ต.ท.ธนิศร เอกรัตนณัฐ สว.(สอบสวน) สภ.สามควายเผือก ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุว่า มีผู้ต้องขังหลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวทุ่งน้อย ตำบลทุ่งน้อย อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่เรือนจำพลเรือน แจ้งว่ามีผู้ต้องขังเข้าใหม่ ที่ถูกแยกกักตัวตามมาตราป้องกันโรคโควิท 19 หลบหนีไปจากเรือนนอนชาย(พลเรือน) จำนวน 8 คน ต่อมาวันเดียวกันเวลา 10.55 น.พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสามควายเผือกได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุญาตต่อศาลจังหวัดนครปฐมออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด ศาลจังหวัดนครปฐม อนุมัติตามหมายจับที่จ.346-354/2564

 จนกระทั่งเวลาต่อมาภายในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เรือนจำนครปฐมได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีได้จำนวน 5 ราย จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 5 คนให้การรับสารภาพเบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจศาลโดยแหกที่คุมขังและร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และกระทำด้วยประการใดๆให้เข้ามา,ครอบครอง,ใช้ในเรือนจำซึ่งสิ่งของต้องห้าม(เลื่อยเหล็ก) ซึ่งเป็นเครื่องมืออันเป็นอุปกรณ์ในการหลบหนีและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามควายเผือก ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ท.ธนายุตม์ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีกจำนวน 4 คน ได้แก่ผู้ต้องหาที่ 6.นายบำรุง วงศ์สว่าง อายุ 43 ปี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจังหวัดนครปฐม ดำเนินการติดตามจับกุมตัว และผู้ต้องหาที่ 7.นายพัชรวุฒิ มูลทองสงค์ อายุ 38 ปี , 8.นายจำรูญ  คล้ายสุบรรณ อายุ 33 ปี , 9.นายพานิช บัวศร อายุ 35 ปี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค ดำเนินการติดตามดำเนินคดี พร้อมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีทุกนาย พึงระมัดระวังการให้ข่าว โดยเน้นย้ำอย่าให้มีการเผยแพร่แนวทางการสืบสวน หรือข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องทางคดี ต่อสื่อมวลชนหรือมีภาพไปปรากฎยังสื่อโซเชี่ยลมีเดียต่าง ๆ เพราะจะทำให้ข้อมูลความลับคดีหรือเทคนิคในการสืบสวนรั่วไหล ทำให้ทำงานได้ยาก ทั้งนี้หากใครพบเห็นผู้ต้องหาดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทุกเมื่อ

ทั้งนี้ในการปฏิบัติในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมบูรณาการกำลังตามหลักการ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในเวลาต่อมา การปฏิบัติการดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้จึงถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิทักษ์และรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง

This entry was posted in ข่าวด่วนทันเหตุการณ์, ข่าวประชาสัมพันธ์, ข่าวร้อน ประเด็นเด็ด, ข่าวเด่น อัพเดทล่าสุด, ข่าวเด่น เพิ่มเติม, ข่าวไฮไลท์, ข่าวไฮไลท์ ขวา, ภูมิภาค, อาชญากรรม and tagged , . Bookmark the permalink.