Facebook Fanpage
Twitter Feed
ตระเวนข่าว ออนไลน์

อัปเดตทุกสถานการณ์อ่าน “ตระเวนข่าวออนไลน์”

อาชญากรรม การเมือง ต่างประเทศ กีฬา บันเทิง ภูมิภาค เศรษฐกิจ ไอที ข่าวอื่นๆ
เกี่ยวกับเรา

บช.ภ.1 แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 22 ก.ค.-5 ส.ค.65 และ

บช.ภ.1 แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 22 ก.ค.-5 ส.ค.65 และกรณี2โรงน้ำแข็งดวลปืนกลางอยุธยา จับ13ราย ฟัน3ข้อหาหนัก

วันนี้ (9 ส.ค. 2565) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1 ตำรวจภูธรภาค 1 นำโดย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรจภูธรภาค 1 ,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แถลงผลการจับกุม จากการสั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัด ปฏิบัติตามการสั่งการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภทความผิดในห้วงระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ถึง วันที่ 5 สิงหาคม 2565 เน้นความผิดเกี่ยวกับ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด สถานบริการ การสืบสวนบุคคลตามหมายจับ การพนัน และยาเสพติด ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ให้ความสำคัญกับ “หมู่บ้าน – ชุมชน” ตั้งเป้าลดจำนวนนักเสพหน้าใหม่ โดยนำไปบำบัดฟื้นฟู ทำลายเครือข่ายการค้า ตัดท่อน้ำเลี้ยงขบวนการ พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มุ่งหวังให้ยาเสพติดหายไปจากสังคมไทย โดยได้เปิด ยุทธการปราบไพรี ประกาศสงครามกับยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 และมีพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมไปเมื่อ วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมานั้น ผลการปฏิบัติในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมดังกล่าว สามารถจับกุมผู้กระทำผิดจำแนกเป็นความผิดประเภทต่างๆ ดังนี้
– คดีอาวุธปืน มีผลการจับกุม 571 ราย ผู้ต้องหา 568 คน รวมอาวุธปืน จำนวน 518 กระบอก แยกเป็น ปืนมีทะเบียน 315 กระบอก ปืนไม่มีทะเบียน 203 กระบอก เครื่องกระสุนปืน จำนวน 711 นัด
-คดีการพนัน จับกุม 737 ราย ผู้ต้องหา 922 คน
– คดียาเสพติด จับกุม 1580 ราย ผู้ต้องหา 1593 คน
แบ่งเป็นยาบ้า จำนวน 439,389 เม็ด , ยาไอซ์ 151.890 กรัม , เคตามีน 35.190 กรัม และยาอีจำนวน 5.08 เม็ด
-ความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ จับกุม 104 ราย ผู้ต้องหา 103 คน
-คดีประเภทตามความผิด พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 (แรงงานต่างด้าว) จับกุม 501ราย
ผู้ต้องหา 502 คน
-คดีค้างเก่าบุคคลตามหมายจับ จับกุม 1138 ราย ผู้ต้องหา 1,094 คน
-คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จับกุม 666 ราย ผู้ต้องหา 662 คน

ตำรวจภูธรภาค 1 ได้สนองนโยบายรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญในการป้องกัน และควบคุม อาชญากรรมซึ่งเป็นภัยคุกคาม ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สนองนโยบายในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้มีการบูรณาการแก้ปัญหาอาชญากรรมประเภทต่างๆที่เกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย เพศ ทรัพย์สิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยได้กำหนดให้ดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการและนโยบายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การป้องกันปราบปราบอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ และขอความร่วมมือจากภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งบาะแสการกระทำความผิดตามกฎหมายผ่านทางสถานีตำรวจทุกแห่ง และหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ

นอกจากนี้ ผบช.ภ.1 ได้พูดถึงความคืบหน้า กรณีกลุ่ม 2 โรงน้ำแข็ง ในพระนครศรีอยุธยา ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันเรื่องของการส่งน้ำแข็งทับเส้นทางกัน มีการใช้อาวุธปืนไล่ยิงถล่มกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุเบื้องต้น 13 ราย อาวุธปืน 6 กระบอก จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานส่งน้ำแข็งของ2แห่ง มีปัญหาขัดแย้งกันเรื่องธุรกิจส่งน้ำแข็ง เนื่องจากมีการส่งน้ำแข็งทับเส้นทางกัน และตัดราคากัน จึงมีปัญหากระทบกระทั่งกันเรื่อยมา จนนำไปสู่การก่อเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงถล่มกันในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาทั้งหมด3ข้อหาหนัก ได้แก่ พยามฆ่า / พกพาอาวุธปืนและยิงปืน ในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ / ก่อความชุลมุนต่อสู้ และนอกจากนี้หากตรวจสอบพบความผิดเข้าข่ายอั่งยี่ซ่องโจร ก็จะดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป

ทั้งนี้ จะมีการสอบสวนพยานหลักฐานต่างๆเพิ่มเติม หากพบการกระทำความผิดหรือมีบุคคลใดมีความเกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด

Total
0
Shares
Previous Article

ผบช.ภ5ออกตรวจสถานประกอบการต่างๆ ในเขตพื้นที่ โดยได้ตรวจที่ร้านท่าช้าง อ.เมืองเชียงใหม่

Next Article

ผบ.ตร. เช็คความพร้อมดูแลความปลอดภัยประชุม APEC 2022

Related Posts