ดส.จับกุมแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่นักธุรกิจชาวจีนเรียกเงิน 15 ล้านบาท

ดส.จับกุมแก็งอุ้มเรียกค่าไถ่นักธุรกิจชาวจีนเรียกเงิน 15 ล้านบาท

วันนี้ (9 ธันวาคม 2563) เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. ตำรวจสน.ทองหล่อ และตำรวจกก.ดส.บช.น. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดีกลุ่มคนร้ายลักพาตัวนักธุรกิจชาวจีน ในพื้นที่สุขุมวิท

สืบเนื่องจากวันที่ 6 ธันวาคม เจ้าหน้าที่รับแจ้งจากนายเกรียงไกร ใจคำ ว่ามีการอุ้มเพื่อนต่างชาติ คือนายลูคัส (MR.CHEN LEI) อายุ 43 ปี สัญชาติจีน อาชีพนักธุรกิจ เพื่อเรียกค่าไถ่หายตัวไปประมาณเวลา 16.30 น. ของวันที่ 5 ธันวาคม โดยถูกลักพาตัวไปจากสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนากรุงเทพฯ จึงได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรีว่าได้มีการติดต่อเรียกเงินค่าไถ่จาก Mr.SEOW TUNG YIN อายุ 49 ปี สัญชาติมาเลเซีย มีอาชีพเป็นไกด์ ว่าถ้าไม่มีเงิน 3 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 15 ล้านบาท นำมาให้กลุ่มคนร้ายที่ลักพาตัวนายลูคัสไปจะทำการฆ่านายลูคัส

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการสืบสวนสอบสวนพบกลุ่มคนต้องสงสัยได้ทำการลักพาตัวนายลูคัส ขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแชมป์ สีขาว โดยใช้กระดาษติดเพื่ออำพรางแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าและหลังจากนั้นสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมจนทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวไปหลบซ่อนอยู่บริเวณโพธิ์เฮ้า รีสอร์ท ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว โดยได้ปิดล้อมตรวจค้นรีสอร์ท

ผลการตรวจค้นห้องพักหมายเลข1 พบนายสมบูรณ์ หรือม่อน (สงวนนามสกุล) และรถยนต์ส่วนบุคคลมิซซูบิชิ รุ่นแชมป์ สีขาว ทะเบียน กพ 800 นนทบุรี ส่วนห้องพักหมายเลข 2 พบนายสุชาติหรือเอส (สงวนนามสกุล) ห้องพักหมายเลข 4 พบนายลูคัส ชาวจีนที่โดนอุ้มตัวและพบนายวรพงศ์หรือเมฆ (สงวนนามสกุล) หน้าห้องพักหมายเลข 4 ห้องพักหมายเลข 5 พบชายชาวจีนสัญชาติมาเลเซีย และห้องพักหมายเลข 7 พบนายวันชัยหรือวัน (สงวนนามสกุล) พร้อมของกลางบัตรกดเงินสดและสมุดบัญชี โทรศัพท์จำนวนหลายเครื่อง เงินสดประมาณ 500,000 บาท

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า คดีนี้ผู้ก่อเหตุมี 7 คน สามารถติดตามตัวได้แล้ว 5 คน ส่วนอีก 2 คนอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ซึ่งทราบว่า 2 คนที่กำลังหลบหนีอยู่เป็นชาวเมียนมา ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุอุ้มลักพาตัวผู้เสียหาย ส่วนกรณีที่ดาราสาวนำเสนอข้อมูลว่ามีผู้หญิงโดนลักพาตัว 4 คน บริเวณซอยสุขุมวิท 39 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมเวลาประมาณ 16.00 น. นั้นไม่เป็นความจริงและน่าจะเข้าใจในการสื่อสารข้อมูลผิด เพราะทางตำรวจได้รับแจ้งตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม และทำการสืบสวนขยายผลจนจับกุมกลุ่มคนร้ายดังกล่าวได้ ภายในวันที่ 8 ธันวาคมเดียวกันกับวันที่ดาราสาวคนดังกล่าวนำเสนอข้อมูล ซึ่งในวันที่ 8 ธันวาคม ตรวจสอบแล้วไม่พบเหตุตามโพสต์ ส่วนจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ต้องดูเจตนาผู้โพสต์ ซึ่งทราบว่าต้องการเตือนภัยสังคม

พ.ต.อ.จิรกฤต กล่าวว่า หลังรับแจ้งตำรวจได้ไล่ภาพกล้องวงจรปิดพบรถติดป้ายทะเบียนเป็นกระดาษ จึงน่าเชื่อว่ามีเหตุเกิดขึ้นจริง โดยได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไปถึงรีสอร์ทดังกล่าวที่จ.สุพรรณบุรี ขณะเดียวกันได้สืบสวนข้อมูลของผู้เสียหายพบว่าเป็นนักธุรกิจได้ลงทุนทำสปาหลายแห่ง เป็นคนมีฐานะ นอกจากพบว่ามีปัญาหาธุรกิจในการก่อสร้างสปา ซึ่งมีการก่อสร้างล่าช้า และผิดแบบ จนมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินหลักสิบล้านบาทซึ่งเป็นคำให้การของนายสุชาติ ผู้รับเหมา หนึ่งในผู้ต้องหา นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายได้นำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปขยายวงเงิน และได้นำไปรูดซื้อสินค้า มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เช่น สร้อยคอทองคำหนัก 20 บาท คอมพิมเตอร์แม็คบุ๊ต เครื่องเสียง และได้มีการแบ่งเงินกันไปแล้วส่วนหนึ่ง

ด้านนายลูคัส ผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ได้เดินทางมามอบช่อดอกไม้ และกระเช้าให้กับพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และตำรวจชุดจับกุมที่ได้เข้าให้การช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเปิดเผยว่า ทั้งนี้ไม่ได้โดนทำร้าย เพียงแต่ตอนอุ้มตัวคนร้ายได้ใช้แขนล็อคคอพาตัวขึ้นรถ ทั้งนี้ไม่เคยโดนอุ้มตัวเรียกค่าไถ่มาก่อนเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่และร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยผู้ต้องหาให้การสารภาพตลอดข้อกล่าว จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
/////////////////////////

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *