สืบ ภ7.รวบโจรจี้ชิงเงินธนาคารกรุงเทพในห้างโลตัส ราชบุรี สารภาพนำเงินใช้หนี้

สืบ ภ7.รวบโจรจี้ชิงเงินธนาคารกรุงเทพในห้างโลตัส ราชบุรี สารภาพนำเงินไปใช้หนี้

พล.ต.ท.ธนา.ชูวงศ์ ผบช.ภ7. พล.ต.ต.สราวุธ สงวนโภคัย รอง ผบช.ภ7.พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผบก.ภจ.ราชบุรี  พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.สส.ภ7.พ.ต.อ.ประสพชัย มัสยะวณิชกุล รอง ผบก.ภ7.พ.ต.อ.ปรีดา ยิ่งเจริญ รอง ผบก.ภ7.แถลงข่าวคดีที่มี อสปิดบังใบหน้า เดินเขาไปในธนาคารกรุงเทพฯ สาขาห้างโลตัส พร้อมกับเปิดชายเสื้อให้พนักงานธนาคารดูอาวุธปืนที่พกมา พร้อมกับบอกให้หยิบเงินจำนวนหนึ่งใส่ถุงผ้า สีขาวที่เตรียมมา จากนั้นได้เดินออกจากห้างไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ด้านหลังห้างแล้วหลบหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 มี.ค.63 ที่ผ่านมาซึ่งหลังเกิดเหตุประชุมเร่งรัดคดีและกำหนดแนวทางการสืบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้าย โดยไล่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆจนกระทั่งทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุขับขี่รถ จยย.หนีไปเส้นทางถนนราชบุรี – ดอนแจง และหายเข้าไปในหมู่บ้าน เมื่อเช็กกล้องวงจรปิดเลยออกไปก็ไม่พบเห็นผู้ก่อเหตุจึงเชื่อว่าน่าจะอยู๋ในหมู่บ้าน จึงได้ลงพื้นที่แกะลอยจนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือนายเนตร กฤตเมธาวี อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154/741 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี จึงนำกำลังไปติดตามจับกุม พร้อมนำตัวตรวจค้นได้ของกลางครบและนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองราชบุรี


ด้านพล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7  นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และ พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี ได้นำตัวนายเนตร กฤตเมธาวี ผู้ต้องหาในคดีใน ชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเพื่อสะดวกการกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม มาแถลงข่าวพร้อมกับของกลางอาวุธปืน สั้น บีบีกัน 1 กระบอก เงินสดที่เหลือกว่า 4 แสนบาท เสื้อยืดสีเหลืองกางเกงขายาวสีน้ำตาลซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันที่ก่อเหตุ หมวกแก็ปสีน้ำตาล หมวกกันน็อคแบบเต็มใบสีขาว รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮฮนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ดำ หมายเลขทะเบียน ขลจ-809 ราชบุรี และรถปิกอัพ ยี่ห้อ อีซูซุ สีน้ำตาล ตอนครึ่ง หมายเลขทะเบียน บน-6534 ยโสธร
ด้านพล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย กล่าวว่าจากการสอบปากคำผู้ต้องหาแล้วก็ให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว เนื่องจากมีปัญหาเรื่องหนี้สินจำนวนมาก โดยในวันเกิดเหตุได้เดินเข้าไปในห้างโลตัส และเห็นว่ามีธนาคารกรุงเทพฯ เปิดอยู่เพียงธนาคารเดียว และไม่ค่อยมีลูกค้า จึงเดินเลยเข้าไปซื้อปืน บีบีกัน ที่ขายอยู่ภายในห้าง ก่อนจะกลับมาก่อเหตุ บังคับให้เจ้าหน้าที่ธนาคารหยิบเงินใส่ถุงผ้าให้ จากนั้นก็เดินออกมาจากห้างแล้ว ขี่รถจักรยานยนต์ กลับไปบ้านแม่ที่ ต.อ่างทอง อ.เมือง และนำเงินไปเก็บไว้ในรถยนต์ที่ยึดมาได้ ส่วนเงินที่ได้นั้นมีทั้งหมด 667,420 บาท และได้นำเงินบางส่วนไปใช้หนี้แล้ว เหลือเงินที่ยึดคืนมาได้เพียงแค่ 4 แสนกว่าบาท จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ติดตามมาจับกุมได้ที่บ้านพักดังกล่าว
เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเนตร คนร้ายมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มจากนายเนตรได้ขี่รถ จยย.เข้ามาจอดบริเวณประตูด้านข้างของห้างโลตัส และเดินเข้ามาทางประตูด้านข้าง แล้วเดินตรงเข้าไปยังร้านขายของเล่นที่อยู่ตรงโซนร้านอาหารเพื่อซื้อปืนปลอม 1 กระบอก จากนั้นนำปืนพกใส่เอวเดินมุ่งหน้าเข้ามาในธนาคารกรุงเทพ ซึ่งอยู่ในห้างโลตัส ต่อมาจึงเดินเข้าไปกดบัตรคิว เมื่อเห็นว่าไม่ค่อยมีคนก็เดินเข้าไปบริเวณประตูข้างเคาเตอร์ของธนาคาร แล้วเปิดเสื้อโชว์ปืนที่พกในเอวบอกให้พนักงานหยิบเงินใส่ถุงผ้าที่เตรียมไว้ เมื่อได้เงินแล้วก็รีบเดินออกจากห้าง โดยออกทางประตูด้านข้างที่จอดรถ จยย.ไว้ และขับขี่รถ จยย.ออกไปทางด้านหน้าห้างอย่างรวดเร็ว ต่อมาได้ขับขี่รถ จยย. กลับไปที่บ้านแล้วนำเงินไปเก็บไว้ในรถยนต์
ผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ตัดสินใจทำลงไปเพราะต้องการเงินมาใช้จ่าย เนื่องจากถูกผลกระทบจากเศรษฐกิจ และโรคโควิด ทำให้มีหนี้สินจำนวนนับล้านบาท ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและนำตัวดำเนินคดีต่อไป

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *