โควิค-19 ระบาดสมุทรสาคร 500 กว่าราย

วันที่ 19 ธันวาคม 2563 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รายงานการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 จังหวัดสมุทรสาคร โดยมี นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมกันแถลงข่าว

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า “พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จากแรงงานต่างด้าว พบติดเชื้อ 548 ราย จากการตรวจหาเชื้อทั้งหมดเพิ่มอีก 1,149 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ ยังสามารถรับมือได้ ขอให้งดเดินทางออกนอกจังหวัดโดยไม่จำเป็น ควบคุมการเข้าออกพื้นที่อย่างเคร่งครัดตั้งแต่วันนี้จนถึง 3 ม.ค. 2564”

สำหรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรค มีดังนี้

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และโรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง สอบสวนและค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชน อย่างรวดเร็วตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรก ทั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย ทำให้สามารถสนับสนุนการเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อแล้ว 2,700 รายอย่างรวดเร็ว

กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อ และนำเข้าสู่การดูแลเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และให้การรักษาต่อไป

ขอความร่วมมือประชาชน ที่พักผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่พบผู้ป่วย เช่น ตลาดกลางกุ้ง และที่พักบริเวณรอบๆ ให้ดำเนินการตามแนวทางที่ฝ่ายปกครองกำหนดอย่างเคร่งครัด

ส่วนประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร ที่พักอาศัยอยู่นอกพื้นที่ดังกล่าว ขอความร่วมมืองดเดินทางออกนอกจังหวัดสมุทรสาคร

ประชาชนต่างจังหวัดที่เคยมาติดต่อค้าขายที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เป็นต้นมา ขอให้เฝ้าระวังสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน (ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส) โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่น ไม่ควรไปในที่ชุมชน หากเริ่มมีอาการป่วยทางเดินหายใจ ให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถสาธารณะ และขอให้สวมหน้ากากขณะเดินทาง หากพี่น้องประชาชนมีข้อสงสัยให้ติดต่อได้ที่สายด่วน 1422 กรมควบคุมโรค

กระทรวงสาธารณสุข เสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ในการบริหารจัดการเพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดในครั้งนี้ให้สงบ และกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ด้วยมาตรการที่เด็ดขาด และรวดเร็วมีประสิทธิภาพ โดยการควบคุมการเข้าออกพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ อย่างเคร่งครัดในพื้นที่ระบาดของโรคในพื้นที่เสี่ยง

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *